งานวิจัยชี้ คนกว่า 1 ใน 4 เคยโกหกหมอเพื่อขอยาปฏิชีวนะ
งานวิจัยใหม่ที่ตีพิมพ์ใน JAMA Network Open เผยพฤติกรรมที่น่ากังวลในสหรัฐฯ คือมีผู้ป่วยจำนวนไม่น้อยที่ยอมบอกข้อมูลไม่ตรงความจริงกับแพทย์เพื่อให้ได้ใบสั่งยาปฏิชีวนะ ทั้งที่อาการป่วยของตนหรือของเด็กใน…

งานวิจัยใหม่ที่ตีพิมพ์ใน JAMA Network Open เผยพฤติกรรมที่น่ากังวลในสหรัฐฯ คือมีผู้ป่วยจำนวนไม่น้อยที่ยอมบอกข้อมูลไม่ตรงความจริงกับแพทย์เพื่อให้ได้ใบสั่งยาปฏิชีวนะ ทั้งที่อาการป่วยของตนหรือของเด็กในความดูแลอาจไม่ได้ต้องใช้ยากลุ่มนี้จริง ๆ ผลสำรวจออนไลน์จากผู้ใหญ่กว่า 1,000 คน ซึ่งนำโดยนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยยูทาห์ พบว่ามากกว่าหนึ่งในสี่เคยโกหกอย่างน้อยหนึ่งครั้งเพื่อให้ได้ยาปฏิชีวนะ
รูปแบบการโกหกที่พบมีทั้งการพูดเกินจริงเกี่ยวกับอาการ และการสร้างอาการขึ้นมาใหม่ รวมถึงหลายกรณีที่ใช้ทั้งสองแบบพร้อมกัน สิ่งที่น่าสนใจคือ คำโกหกเหล่านี้มักอ้างถึงอาการของการติดเชื้อที่โดยหลักแล้วไม่ตอบสนองต่อยาปฏิชีวนะอยู่แล้ว เช่น อาการหวัด ไข้ ไอ หรือเจ็บคอ ซึ่งมักเกิดจากไวรัส ไม่ใช่แบคทีเรีย ทำให้ยาปฏิชีวนะไม่ใช่คำตอบของอาการเหล่านี้
ผลการศึกษาสะท้อนว่า แม้ผู้ป่วยจะใช้ข้อมูลที่ไม่แม่นยำหรือไม่สอดคล้องกับความจริง แต่ความพยายามขอยาปฏิชีวนะก็ยังมักได้ผลอยู่ดี ซึ่งชี้ให้เห็นช่องโหว่ในความเข้าใจเรื่องการใช้ยาและความสัมพันธ์ระหว่างแพทย์กับผู้ป่วย งานวิจัยนี้ไม่ได้เพียงบอกว่ามีการขอใช้ยาที่ไม่จำเป็นมากขึ้นเท่านั้น แต่ยังชี้ว่าปัญหาเกิดขึ้นในบริบทที่ผู้ป่วยเข้าใจผิดเกี่ยวกับสาเหตุของโรคและบทบาทของยาปฏิชีวนะด้วย
ในภาพรวม งานชิ้นนี้ตอกย้ำปัญหาการใช้ยาปฏิชีวนะเกินความจำเป็น ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญด้านสาธารณสุข เพราะการใช้ยากลุ่มนี้อย่างไม่เหมาะสมอาจเพิ่มความเสี่ยงของเชื้อดื้อยา และทำให้การรักษาโรคติดเชื้อที่จำเป็นจริง ๆ ยากขึ้นในอนาคต


