คอลัมน์ชี้ Overwatch โหมดผสม 6v6 แบบประนีประนอมยังไม่เวิร์ก
PC Gamer วิจารณ์ความพยายามของ Overwatch ในการหาทางออกระหว่างระบบทีม 5v5 และ 6v6 โดยมองว่าการทดลองล่าสุดในอีเวนต์ Quickplay Hacked ไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาหลักของเกม แต่กลับทำให้ข้อเสียของทั้งสองรูปแบบมารวม…

PC Gamer วิจารณ์ความพยายามของ Overwatch ในการหาทางออกระหว่างระบบทีม 5v5 และ 6v6 โดยมองว่าการทดลองล่าสุดในอีเวนต์ Quickplay Hacked ไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาหลักของเกม แต่กลับทำให้ข้อเสียของทั้งสองรูปแบบมารวมกันมากกว่าเดิม
บทความอธิบายว่า หลังจาก Overwatch เปลี่ยนมาใช้ 5v5 ในปี 2022 เกมยังคงเจอกระแสไม่พอใจจากผู้เล่นจำนวนหนึ่งที่ชอบรูปแบบ 6v6 แบบดั้งเดิม ทีมพัฒนาจึงพยายามทดลองโหมดทางเลือกหลายแบบ รวมถึง 6v6 open queue และล่าสุดคือโหมด 1-3-2 flex ซึ่งตั้งใจให้มีแทงก์ 1 ตัว ดาเมจ 3 และซัพพอร์ต 2 โดยเปิดให้ดาเมจบางส่วนสลับไปเป็นแทงก์ได้ เพื่อหวังรักษาเวลารอคิวให้สั้นคล้าย 5v5 ขณะเดียวกันก็เพิ่มความวุ่นวายและการเล่นเป็นทีมแบบ 6v6
อย่างไรก็ตาม ผู้เขียนเห็นว่ากติกานี้มีปัญหาตั้งแต่หลักการ เพราะหากในทีมมีผู้เล่นที่ยอมรับบทบาทแทงก์ได้เพียงคนเดียว ระบบจะต้องปรับสมดุลสกิลและพลังชีวิตของแทงก์ให้ต่ำลงเพื่อไม่ให้ทีมที่มีแทงก์สองตัวได้เปรียบมากเกินไป ผลคือทีมที่มีแทงก์สองตัวจะยังเหนือกว่าอย่างชัดเจน ส่วนทีมที่เหลือแทงก์คนเดียวจะอ่อนแรงและรับมือยาก เมื่อเล่นจริงจึงเกิดภาพซ้ำๆ ว่าทีมที่มีสองแทงก์มักกดทีมที่มีหนึ่งแทงก์ได้แทบทุกครั้ง
บทความยกตัวอย่างจากเกมจริงที่ผู้เขียนเจอว่า เมื่อทีมของตนมีสองแทงก์และฝั่งตรงข้ามมีหนึ่งแทงก์ พวกเขาสามารถดันเป้าหมายได้สบาย แต่พออีกฝ่ายเปลี่ยนไปใช้สองแทงก์ในช่วงท้าย เกมก็เริ่มอึดอัดขึ้นทันที นอกจากนี้ หากตัวผู้เล่นต้องรับบทแทงก์เดี่ยว การเผชิญหน้ากับสองแทงก์ฝั่งตรงข้ามจะยิ่งเสียเปรียบ เพราะการพลาดของแทงก์ตัวหนึ่งสามารถถูกอีกตัวแก้ได้เสมอ ทำให้โอกาสชนะในเชิงสมดุลแทบไม่เหลือ นอกจากจะต้องเล่นเหนือกว่าอีกฝ่ายอย่างมากจริงๆ
ด้วยเหตุนี้ ผู้เขียนจึงสรุปว่าโหมด 1-3-2 flex แทบไม่มีประโยชน์ในเชิงเมตา และต่อให้มีการปรับสมดุลเพิ่มก็ยังมีแนวโน้มที่จะพบว่าการมีสองแทงก์ดีกว่ามีหนึ่งแทงก์อยู่ดี จึงทำให้โหมดนี้กลายเป็นตัวเลือกที่ซ้ำซ้อน มีข้อดีเด่นอยู่เพียงเรื่องคิวที่อาจสั้นลงเท่านั้น แต่ไม่ใช่คำตอบที่แท้จริงสำหรับการถกเถียงระหว่าง 5v5 และ 6v6
โดยภาพรวม บทความมองว่า 5v5 และ 6v6 เป็นประสบการณ์เกมที่ต่างกันเกินกว่าจะหาจุดกึ่งกลางที่ลงตัวได้ 5v5 เปิดโอกาสให้ผู้เล่นมีอิทธิพลต่อผลเกมมากขึ้นและลงโทษความผิดพลาดได้ชัดเจนกว่า ขณะที่ 6v6 มีความโกลาหลและการประสานทีมที่สนุกในแบบของมันเอง ดังนั้นข้อเสนอของผู้เขียนคือ Blizzard ควรเดินหน้ากับ 5v5 เป็นแกนหลักของ Overwatch ต่อไป และเปิด 6v6 ไว้เป็นตัวเลือกเสริมสำหรับคนที่ต้องการเท่านั้น มากกว่าจะพยายามบีบทั้งสองระบบให้มาอยู่ตรงกลางเดียวกัน


