Paul Greengrass อธิบายตอนจบ The Uprising ที่โยงตำนาน Robin Hood
Paul Greengrass ผู้กำกับ The Uprising ออกมาอธิบายว่าตอนจบของหนังที่เหมือนเป็นการกำเนิด Robin Hood นั้นเป็นสิ่งที่เขาตั้งใจไว้ตั้งแต่ต้น แม้ตัวละครของ Andrew Garfield จะไม่ถูกเรียกว่า Robin Hood ตลอด…

Paul Greengrass ผู้กำกับ The Uprising ออกมาอธิบายว่าตอนจบของหนังที่เหมือนเป็นการกำเนิด Robin Hood นั้นเป็นสิ่งที่เขาตั้งใจไว้ตั้งแต่ต้น แม้ตัวละครของ Andrew Garfield จะไม่ถูกเรียกว่า Robin Hood ตลอดทั้งเรื่อง แต่เรื่องราวของชาวนาธรรมดาที่รอดจากการกวาดล้างหลังเหตุการณ์กบฏชาวนา ค่อยๆ ทิ้งชีวิตเดิมไว้เบื้องหลังและกลายเป็นคนนอกกฎหมายในป่า คือเส้นทางที่ Greengrass มองว่าเชื่อมไปสู่ตำนานโรบิน ฮู้ดได้อย่างเป็นธรรมชาติ
หนังใช้เหตุการณ์กบฏชาวนาอังกฤษปี 1381 เป็นฐานประวัติศาสตร์ โดยเล่าให้เห็นความหวาดกลัว การลุกขึ้นสู้ และการทรยศหักหลังของกษัตริย์ Richard II ที่ในตอนแรกเหมือนจะยอมรับข้อเรียกร้องของชาวบ้าน แต่สุดท้ายกลับสั่งปราบปรามอย่างรุนแรงที่ Smithfield ผลลัพธ์คือเหล่าผู้รอดชีวิตต้องหนีเอาตัวรอด และตัวเอกก็สูญเสียครอบครัวและบ้านจนเหลือเพียงสภาพจิตใจที่แตกสลาย ก่อนจะเลือกเดินเข้าสู่เส้นทางใหม่ในฐานะคนป่าและผู้ต่อต้านอำนาจรัฐ
Greengrass บอกว่าการไม่ให้ตัวเอกตายตอนจบเป็นเรื่องสำคัญ เพราะเขาต้องการให้ “ความหวัง” และ “อุดมการณ์” ของการลุกฮือยังดำรงอยู่ต่อไปในรูปของตำนาน เขาย้ำว่ามองเรื่องนี้ทั้งในเชิงภาพยนตร์และเชิงประวัติศาสตร์ว่าเป็นการเกิดใหม่ของตัวละครจากชาวนาไปสู่สัญลักษณ์แห่งการต่อต้าน จึงสมเหตุสมผลที่ตอนท้ายจะให้เขานำพวกนอกกฎหมายโจมตีขบวนของกษัตริย์และปล่อยให้รอดชีวิตพร้อมคำเตือนว่าจะตามหลอกหลอนผู้มีอำนาจไปตลอด
ผู้กำกับยังเชื่อมเรื่องนี้เข้ากับรากของตำนาน Robin Hood ในวรรณคดีอังกฤษ โดยอ้างถึง Piers Plowman ซึ่งมีการกล่าวถึงชื่อคล้าย Robin Hood ในฐานะฉายาของโจรหรือนอกกฎหมายตั้งแต่ก่อนเหตุการณ์กบฏชาวนาไม่นาน เขาจึงตั้งชื่อตัวละครว่า Ploughman เพื่อเป็นการเล่นกับภาพของชาวไร่ชาวนาและแรงบันดาลใจจากงานเขียนยุคกลางดังกล่าว
ในมุมมองของ Greengrass การปราบปรามกบฏอาจดูเหมือนชัยชนะของอำนาจรัฐในทันที แต่ในระยะยาวกลับทำให้คนธรรมดาเริ่มตระหนักถึงคุณค่าของตนเอง และความคิดเรื่องสิทธิของปัจเจกค่อยๆ งอกงามต่อเนื่องไปสู่ยุคเรืองปัญญา การปฏิวัติอเมริกา และแนวคิดเรื่องการปกครองตนเอง เขามองว่าการที่ตัวละครประกาศว่าจะไม่ยอมจำนนต่อกษัตริย์อีกต่อไป จึงสะท้อนทั้งอารมณ์ของหนังและพัฒนาการทางประวัติศาสตร์ในโลกจริง
โดยรวม Greengrass ยืนยันว่าการตลาดที่พยายามขายหนังในฐานะกำเนิดของ Robin Hood ไม่ได้ขัดกับเจตนาของเขา ตรงกันข้าม มันสอดคล้องกับโครงเรื่องที่เขาออกแบบไว้ตั้งแต่แรก The Uprising จึงไม่ใช่แค่หนังย้อนยุคว่าด้วยการกบฏล้มเหลว แต่ยังเป็นเรื่องของการก่อรูปตำนานนอกกฎหมายที่ถูกเล่าขานเพื่อรักษาความหวังของผู้ถูกกดขี่ไว้ให้สืบต่อไป


