Red Faction: Guerrilla Re-Mars-tered ยังเด่นที่ระบบทำลายตึก แม้เกมอื่นจะล้าสมัย
บทความรีวิวฉบับเก่าจาก PC Gamer มองว่า Red Faction: Guerrilla Re-Mars-tered ยังเป็นเกมที่ถูกจดจำจากจุดขายเดียวอย่างชัดเจน คือระบบ Geo-mod ที่ทำให้ผู้เล่นสามารถทุบทำลายสิ่งปลูกสร้างได้อย่างอิสระและ…

บทความรีวิวฉบับเก่าจาก PC Gamer มองว่า Red Faction: Guerrilla Re-Mars-tered ยังเป็นเกมที่ถูกจดจำจากจุดขายเดียวอย่างชัดเจน คือระบบ Geo-mod ที่ทำให้ผู้เล่นสามารถทุบทำลายสิ่งปลูกสร้างได้อย่างอิสระและสมจริง การพังตึก พังสะพาน หรือทำให้โครงสร้างถล่มเป็นทอด ๆ ยังให้ความรู้สึกสนุกและน่าตื่นตาตื่นใจ แม้ตัวเกมส่วนอื่นจะไม่ได้โดดเด่นนัก ทั้งการขับรถที่พอใช้ การยิงที่ธรรมดา และเนื้อเรื่องที่ค่อนข้างน่าเบื่อ
รีวิวชี้ว่าเวอร์ชัน Re-Mars-tered ที่ THQ Nordic ปล่อยออกมาเป็นเหมือนการปรับภาพมากกว่าการยกเครื่องใหม่ โดยมีการปรับพื้นผิวให้คมขึ้น เพิ่มคุณภาพเงาและแสง ปรับ shader กับ post-processing และรองรับ 4K แบบเนทีฟ ผู้เขียนยอมรับว่าเห็นความต่างบ้างในรายละเอียดของพื้นผิวและแสง แต่ไม่ถึงขั้นเป็นการอัปเกรดที่พลิกโฉมภาพรวม อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ที่ได้เวอร์ชัน Steam ฟรี ถือว่าคุ้มพอสมควร
บทความแนะนำว่าผู้เล่นหน้าใหม่ควรโฟกัสที่แคมเปญหลัก เพราะนั่นคือส่วนที่มีฉากทำลายล้างใหญ่ ๆ ให้เล่นมากที่สุด เช่น สะพานขนาดใหญ่และหอคอยสูงที่ต้องค่อย ๆ วางแผนใช้ปืนกลและอุปกรณ์ต่าง ๆ เพื่อโค่นมันลงมา แม้เนื้อเรื่องจะเล่าถึงการกบฏของคนงานเหมืองต่อกองทัพบนดาวอังคาร แต่ก็ถูกมองว่าเล่าแบบจืดชืดและไม่ช่วยยกระดับเกมเท่าไร
อีกโหมดที่ถูกพูดถึงคือ Wrecking Crew ซึ่งเป็นโหมดแนวทำคะแนนที่เน้นความสนุกจากฟิสิกส์การพังทำลาย ผู้เล่นสามารถเลือกอาวุธ ตั้งเงื่อนไข และแข่งกันถล่มอาคารให้เร็วที่สุด จนกลายเป็นโหมดที่เหมาะกับการเล่นแบบผลัดกันจับคอนโทรลเลอร์ในวงเพื่อน พร้อมมีลีดเดอร์บอร์ดและชาเลนจ์ให้แข่งขันต่อได้
รีวิวตั้งคำถามว่าเหตุใดหลังจากเกมนี้ออกมา จึงแทบไม่มีใครทำเกมที่ใช้แนวคิดคล้ายกัน ทั้งที่ระบบทำลายล้างแบบนี้ต่อมาปรากฏในหลายเกมดัง เช่น Battlefield, Minecraft และ Just Cause แต่ Red Faction: Guerrilla ยังโดดเด่นตรงที่ทำให้การพังอาคารกลายเป็นเหมือนการแก้ปริศนา ผู้เล่นต้องเลือกใช้อาวุธอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อให้ตึกถล่มอย่างสวยงามและคุ้มค่าที่สุด
ในภาพรวม บทความมองว่า Red Faction: Guerrilla เป็นตัวอย่างของเกมโลกเปิดที่ใช้สภาพแวดล้อมแบบทำลายได้มาผสานกับการสำรวจและภารกิจได้อย่างลงตัว แม้โลกของเกมบนดาวอังคารจะไม่ใช่ฉากที่สวยงามที่สุด และเกมโดยรวมจะไม่ได้ยอดเยี่ยมในทุกด้าน แต่ความรู้สึกเวลาทำลายโครงสร้างขนาดใหญ่ยังคงน่าประทับใจจนกลายเป็นเสน่ห์หลักที่ทำให้เกมนี้ถูกพูดถึงมาจนถึงปัจจุบัน


