รีวิว Resonance: A Plague Tale Legacy เปลี่ยนซีรีส์สู่แอ็กชันผจญภัยเต็มตัว
Resonance: A Plague Tale Legacy เป็นภาคพรีเควลของซีรีส์ A Plague Tale ที่เลือกหันหลังให้โครงสร้างลอบเร้นหนีฝูงหนูแบบเดิมเกือบทั้งหมด แล้วเปลี่ยนแกนหลักไปเป็นเกมผจญภัยมุมมองบุคคลที่สามที่เน้นการต่อสู้…

Resonance: A Plague Tale Legacy เป็นภาคพรีเควลของซีรีส์ A Plague Tale ที่เลือกหันหลังให้โครงสร้างลอบเร้นหนีฝูงหนูแบบเดิมเกือบทั้งหมด แล้วเปลี่ยนแกนหลักไปเป็นเกมผจญภัยมุมมองบุคคลที่สามที่เน้นการต่อสู้ด้วยดาบ การสำรวจสุสานโบราณ และการตามล่าขุมทรัพย์ในบรรยากาศทะเลเมดิเตอร์เรเนียน โดยคราวนี้เรื่องราวโฟกัสไปที่โซเฟีย ตัวละครที่ผู้เล่นคุ้นเคยจากภาคก่อน และเล่าถึงอดีตของเธอในฐานะนักลักลอบขนของ/นักผจญภัยมากกว่าการกลับไปย้ำสูตรสยองขวัญแบบเดิม
ผู้รีวิวมองว่าการปรับทิศทางครั้งนี้ทำให้เกมเข้าถึงง่ายขึ้นสำหรับคนที่ไม่ชอบข้อจำกัดของเกมภาคก่อน ซึ่งมักมีปัญหาเรื่องการลอบเร้นที่จุกจิกและเช็คพอยต์ที่ลงโทษผู้เล่นค่อนข้างแรง อย่างไรก็ตาม เสน่ห์หลักของซีรีส์อย่างโทนดราม่าหนัก บรรยากาศประวัติศาสตร์ผสมแฟนตาซี และงานเล่าเรื่องยังคงอยู่ แม้เครื่องมือประจำซีรีส์อย่างหนังสติ๊ก แอลเคมี หรือฝูงหนูจะถูกลดบทบาทลงมากก็ตาม
ระบบต่อสู้ถือเป็นจุดเด่นสำคัญของภาคนี้ เกมให้ผู้เล่นใช้การปัดป้อง หลบหลีก และสะสมเกจทำลายท่าคู่ต่อสู้ แต่ก็เปิดทางให้เล่นแบบหัวขโมยเชิงปฏิบัติได้มากขึ้น เช่น การหยิบขวดหรือสิ่งของใกล้ตัวไปขว้างใส่ศัตรู การเตะเพื่อทำให้เสียหลัก หรือแม้แต่ผลักศัตรูตกหน้าผาได้ ผู้รีวิวชื่นชมว่าการต่อสู้มีน้ำหนักและสนุกกว่าการพึ่งจังหวะป้องกันเพียงอย่างเดียว ทำให้โซเฟียดูเป็นนักสู้สายเจ้าเล่ห์สมบทบาท
ในด้านการอัปเกรด เกมใช้ “resonance points” จากการสู้และการค้นหาของสะสมอย่างหอยทะเลเพื่อปลดความสามารถใหม่ อุปกรณ์ และเครื่องประดับที่ส่งผลต่อค่าสเตตัสบางอย่าง ขณะเดียวกันก็มีทางลัดหรือเส้นทางเสริมที่ให้รางวัลเพิ่ม ทำให้การสำรวจมีแรงจูงใจพอสมควร แม้ผู้รีวิวจะมองว่าการเก็บของประดับที่ตัวละครสวมใส่จริง ๆ เป็นเพียงลูกเล่นเชิงภาพมากกว่าระบบลึกซึ้งก็ตาม
ปริศนาในเกมยังคงเป็นองค์ประกอบสำคัญ โดยส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับการจัดแสง เลนส์ และการสังเกตสัญลักษณ์ในลำดับที่ถูกต้อง แต่ผู้รีวิวเห็นว่าหลายด่านค่อนข้างตรงไปตรงมาและวนซ้ำสูตรเดิม มีบางปริศนาที่ชวนงงหรือหักมุมแบบไม่ค่อยแฟร์แทรกอยู่บ้าง ทำให้ช่วงสำรวจห้องโบราณไม่ได้โดดเด่นเท่าที่ควร
จุดอ่อนที่ผู้รีวิวเน้นมากคือโครงสร้างเกมที่ค่อนข้างเป็นเส้นตรงและคาดเดาได้ ทุกพื้นที่ใหม่มักเฉลยว่ามีคนอื่นมาถึงก่อน ทำให้ผู้เล่นไม่เคยได้สัมผัสความรู้สึก “ชนะการแข่งขันตามหาแหล่งขุมทรัพย์” จริง ๆ เพราะเกมต้องคงสูตรการมีศัตรูและสิ่งกีดขวางไว้ตลอด แม้ฉากจะดูยิ่งใหญ่และมีลำดับการเล่าเรื่องแบบภาพยนตร์ แต่ความเป็นเส้นทางบังคับก็ทำให้การสำรวจขาดแรงผลักบางส่วนไป
อย่างไรก็ดี งานนำเสนอยังถูกยกให้โดดเด่นมาก ทั้งโมเดลตัวละครที่มีสีหน้าและแววตาละเอียด ฉากที่ตัดกันระหว่างพื้นที่กลางแจ้งสีฟ้าสว่างกับทางเดินใต้ดินที่เต็มไปด้วยกระดูกและแสงจากสปอร์เรืองรอง รวมถึงดนตรีของ Olivier Deriviere ที่เปลี่ยนโทนมาใช้คอรัสสไตล์กรีก-ไซปรัสให้เข้ากับฉากหลังใหม่ได้ดี
โดยรวม Resonance: A Plague Tale Legacy ถูกมองว่าเป็นเกมที่เปลี่ยนซีรีส์ไปสู่โหมดแอ็กชันผจญภัยเต็มตัวได้อย่างมั่นคง แม้จะมีความเป็นเส้นตรงและปริศนาที่ไม่ได้ลึกมาก แต่ก็ยังคงเอกลักษณ์ด้านบรรยากาศ ความมืดหม่น และความลึกลับแบบกึ่งอาร์ตเฮาส์ของแฟรนไชส์เอาไว้ พร้อมผลักเรื่องราวไปสู่โทนสยองขวัญเข้มข้นขึ้นในช่วงท้ายจนแทบกลายเป็นเกมสยองขวัญเต็มรูปแบบ


