Rocket Lab คว้าดีลปล่อยจรวดใหญ่สุด ขณะ SpaceX ได้งานจากกองทัพสหรัฐเพิ่ม
รายงานข่าวสรุปความเคลื่อนไหวสำคัญในอุตสาหกรรมการปล่อยจรวดของสหรัฐฯ โดยชี้ว่าช่วงสัปดาห์ดังกล่าวเป็นอีกครั้งที่บริษัทเอกชนด้านอวกาศรายใหญ่ได้รับสัญญาจากภาครัฐ โดยเฉพาะจากกองทัพสหรัฐฯ ซึ่งสะท้อนว่าตลาด…

รายงานข่าวสรุปความเคลื่อนไหวสำคัญในอุตสาหกรรมการปล่อยจรวดของสหรัฐฯ โดยชี้ว่าช่วงสัปดาห์ดังกล่าวเป็นอีกครั้งที่บริษัทเอกชนด้านอวกาศรายใหญ่ได้รับสัญญาจากภาครัฐ โดยเฉพาะจากกองทัพสหรัฐฯ ซึ่งสะท้อนว่าตลาดปล่อยดาวเทียมและภารกิจทดสอบยุทโธปกรณ์ยังคงพึ่งพาจรวดเอกชนขนาดกลางและขนาดเล็กอยู่มาก
ประเด็นเด่นที่สุดคือ Rocket Lab ได้รับสัญญาปล่อยจรวดมูลค่าสูงที่สุดเท่าที่บริษัทเคยได้มา คิดเป็นวงเงินราว 266 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากหน่วยบัญชาการอวกาศของกองทัพอวกาศสหรัฐฯ หรือ Space Systems Command สัญญานี้ครอบคลุมการปล่อยภารกิจแบบซับออร์บิทัล 12 ครั้ง และอาจขยายเพิ่มได้อีกสูงสุด 6 ครั้ง โดยเที่ยวบินแรกคาดว่าจะเกิดขึ้นได้เร็วที่สุดช่วงปลายปี 2026
ดีลดังกล่าวมีนัยสำคัญต่อ Rocket Lab เพราะช่วยยกระดับสถานะของจรวด Electron ในฐานะยานปล่อยที่กองทัพสหรัฐฯ เชื่อมั่นสำหรับภารกิจระดับเล็กถึงกลาง และยังตอกย้ำว่าผู้ให้บริการปล่อยจรวดที่มีความถี่สูงและต้นทุนแข่งขันได้ยังมีบทบาทสำคัญในระบบอวกาศของสหรัฐฯ แม้ตลาดจะมีผู้เล่นรายใหญ่กว่าในฝั่งจรวดน้ำหนักบรรทุกมาก
ในอีกด้านหนึ่ง SpaceX ก็ได้รับสัญญาขนาดใหญ่จากกองทัพสหรัฐฯ เช่นกันสำหรับ Falcon 9 ซึ่งยังเป็นหนึ่งในจรวดงานมวลหลักของตลาดทั้งด้านพาณิชย์และภาครัฐ สิ่งนี้สะท้อนความต่อเนื่องของการแข่งขันระหว่างผู้ให้บริการเอกชนรายหลักในการแย่งชิงงานปล่อยดาวเทียมและภารกิจความมั่นคง
ภาพรวมของรายงานจึงชี้ว่า ตลาดปล่อยจรวดของสหรัฐฯ ยังคงแข็งแรงและมีแนวโน้มพึ่งพาบริษัทเอกชนมากขึ้น โดยเฉพาะจรวดที่เหมาะกับภารกิจขนาดเล็กและขนาดกลาง ซึ่งเป็นช่วงตลาดที่ Rocket Lab และ SpaceX ทำผลงานโดดเด่น ขณะเดียวกันสัญญาระยะยาวจากรัฐยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ผู้ประกอบการเหล่านี้วางแผนขยายกำลังการปล่อยและความพร้อมด้านปฏิบัติการได้ต่อเนื่อง


