โซนีชี้เลิกผลิตแผ่น PlayStation ไม่กระทบธุรกิจทั้งตอนนี้และอนาคต
โซนียืนยันว่าการยุติการผลิตแผ่นเกม PlayStation จะไม่ส่งผลลบต่อธุรกิจของบริษัท ทั้งในปัจจุบันและระยะยาว โดยบริษัทมองว่าพฤติกรรมผู้เล่นได้เปลี่ยนไปสู่การซื้อเกมแบบดิจิทัลเป็นหลักแล้ว ประเด็นนี้ถูกพูดถึง…

โซนียืนยันว่าการยุติการผลิตแผ่นเกม PlayStation จะไม่ส่งผลลบต่อธุรกิจของบริษัท ทั้งในปัจจุบันและระยะยาว โดยบริษัทมองว่าพฤติกรรมผู้เล่นได้เปลี่ยนไปสู่การซื้อเกมแบบดิจิทัลเป็นหลักแล้ว
ประเด็นนี้ถูกพูดถึงในการให้ข้อมูลแก่นักลงทุนหลังประกาศผลประกอบการไตรมาสแรกของโซนี โดย Lin Tao ประธานเจ้าหน้าที่การเงินของบริษัทตอบคำถามตรงไปตรงมาว่า ตอนนี้ยังไม่เห็นผลกระทบเชิงลบ และเมื่อมองไปข้างหน้า บริษัทก็ไม่คาดว่าการเลิกผลิตแผ่นจะกระทบยอดขายหรือรายได้จากคอนเทนต์เกมอย่างมีนัยสำคัญ
โซนียอมรับว่าเสียงวิจารณ์จากผู้เล่นเกมค่อนข้างแรง หลายฝ่ายแสดงความไม่พอใจเรื่องการเป็นเจ้าของเกม การอนุรักษ์เกม และความกังวลว่าเกมแบบดิจิทัลล้วนจะทำให้ผู้บริโภคมีตัวเลือกน้อยลง ขณะเดียวกันก็มีการรณรงค์ออนไลน์ ทั้งคำร้องเรียกร้องให้โซนีเปลี่ยนใจและกระแสชวนบอยคอต PlayStation ในบางช่วง
อย่างไรก็ตาม บริษัทระบุว่าการตัดสินใจนี้สอดคล้องกับแนวโน้มตลาดที่เปลี่ยนไป โดยยอดขายเกมบน PS4 และ PS5 แบบดาวน์โหลดมีสัดส่วนสูงถึง 82% ของเกมเต็มรูปแบบตามข้อมูลการเงินล่าสุด สะท้อนว่าฐานผู้ใช้จำนวนมากคุ้นเคยกับการซื้อผ่านร้านดิจิทัลอยู่แล้ว
รายงานยังอ้างข้อมูลจากนักวิเคราะห์อุตสาหกรรมว่าตลาดแผ่นเกม PlayStation ในสหรัฐฯ เหลือสัดส่วนไม่มากนัก โดยมีเกมที่ขายแผ่นได้เกิน 100,000 ชุดเพียงไม่กี่รายการในปีนี้ ทำให้ภาพรวมยิ่งหนุนเหตุผลของโซนีที่มองว่าดิจิทัลคือทิศทางหลักของธุรกิจ
อีกเหตุผลสำคัญคือเรื่องรายได้และกำไร เพราะการขายเกมดิจิทัลทำให้โซนีได้ส่วนแบ่งมากกว่าการขายแผ่นอย่างชัดเจน โดยเกมของค่ายเองที่ขายผ่าน PlayStation Store บริษัทเก็บรายได้เต็มจำนวน ส่วนเกมค่ายอื่นก็ยังได้ส่วนแบ่งจากยอดขายดาวน์โหลดมากกว่าการเก็บค่าลิขสิทธิ์จากแผ่นเกม
แม้โซนีจะยืนยันท่าทีเดิม แต่ก็รับรู้ว่าผู้เล่นจำนวนไม่น้อยยังผูกพันกับสื่อแบบจับต้องได้ และบริษัทจำเป็นต้องคิดต่อว่าจะตอบสนองความกังวลเหล่านี้อย่างไร ทว่าจากมุมมองธุรกิจแล้ว โซนีดูเชื่อมั่นว่าการเดินหน้าไปสู่ระบบดิจิทัลเต็มรูปแบบจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและมาร์จินได้มากกว่าในอนาคต


