ชิปบูมดันพนักงาน Samsung-SK Hynix กลายเป็นหนุ่มสาวเนื้อหอมในเกาหลีใต้
กระแสความต้องการชิปหน่วยความจำสำหรับ AI ทำให้บริษัทเกาหลีใต้รายใหญ่อย่าง SK Hynix และ Samsung Electronics ทำกำไรมหาศาล และส่งผลต่อชีวิตของพนักงานในแบบที่คาดไม่ถึง นอกจากเงินเดือนและโบนัสจะพุ่งขึ้นมากจากข้อตกลงแบ่งปันกำไรกับสหภาพแล้ว พนักงานชิปจำนวนไม่น้อยยังกลายเป็นที่หมายปองในตลาดนัดบอดและบริการจัดหาคู่ของเกาหลีใต้ เพราะอาชีพนี้ถูกมองว่าเป็นสัญลักษณ์ของรายได้สูงและความมั่นคงทางการเงิน
กรณีของพนักงาน SK Hynix วัย 35 ปีที่แม่ส่งเข้าใช้บริการแมตช์เมกเกอร์สะท้อนภาพใหม่นี้ได้ชัด เขาเล่าว่าช่วงหลังมีคนชวนออกเดตมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัดหลังข่าวโบนัสก้อนโต เช่นเดียวกับเพื่อนร่วมงานหลายคนที่ได้ออกเดตถี่ขึ้นจนกลายเป็นเรื่องล้อกันบนโลกออนไลน์ว่า ชุดที่เหมาะที่สุดสำหรับเดตคือยูนิฟอร์มของ SK Hynix แทนที่จะเป็นเสื้อผ้าหรู ๆ แบบเดิม
บทความชี้ว่า อุตสาหกรรมชิปของเกาหลีใต้กำลังเป็นแกนหลักของเศรษฐกิจประเทศ ท่ามกลางความต้องการ HBM สำหรับชิป AI ที่ยังสูงเกินกำลังผลิต ทั้งสองบริษัทจึงมีมูลค่าตลาดแตะระดับมากกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์ในช่วงหนึ่ง และช่วยหนุนเศรษฐกิจรวมถึงตลาดหุ้นเกาหลีใต้ให้พุ่งแรง ขณะเดียวกัน พนักงานในย่านโรงงานผลิตชิปก็เริ่มใช้จ่ายมากขึ้น ทั้งซื้อเฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องประดับ และบ้านใกล้เส้นทางรถรับส่ง
ในตลาดการหาคู่ของเกาหลีใต้ ซึ่งให้ความสำคัญกับการศึกษา อาชีพ รายได้ และภูมิหลังครอบครัวอย่างมาก สถานะงานกลายเป็นแต้มต่อสำคัญยิ่งกว่าเดิม บริษัทจัดหาคู่บางแห่งปรับคะแนนความน่าดึงดูดของพนักงานในบริษัทชิปขึ้นตามโบนัสและรายได้ใหม่ โดยพนักงาน Samsung และ SK Hynix ขยับคะแนนสูงขึ้นจนใกล้กลุ่มอาชีพที่เคยได้เปรียบอย่างหมอและทนายแล้ว ส่งผลให้ทั้งฝ่ายชายและหญิงในวงการชิปมีท่าทีเลือกคู่มากขึ้น เพราะรู้สึกว่าตัวเองมีอำนาจต่อรองสูงกว่าเดิม
อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จของคนกลุ่มนี้ก็ยิ่งทำให้สังคมเกาหลีใต้กังวลเรื่องความเหลื่อมล้ำ ธนาคารกลางเกาหลีเตือนว่าเศรษฐกิจกำลังแยกตัวเป็นแบบ K-shaped คือคนส่วนน้อยพุ่งนำไปไกล ขณะที่คนส่วนใหญ่ตามไม่ทัน ความมั่งคั่งที่กระจุกอยู่กับคนทำงานในอุตสาหกรรมชิปจึงไม่ใช่แค่ประเด็นรายได้ แต่เริ่มกลายเป็นประเด็นทางสังคมและอัตลักษณ์ จนทำให้คนทำงานอาชีพอื่นรู้สึกท้อแท้และหมดแรงจูงใจมากขึ้น
ประเด็นนี้นำไปสู่ข้อถกเถียงเรื่องการเก็บภาษีหรือจัดสรรผลประโยชน์จาก AI และชิปคืนสู่สาธารณะ ผ่านแนวคิดอย่าง “AI dividend” แต่ก็มีเสียงคัดค้านว่าประโยชน์จากอุตสาหกรรมนี้ได้กระจายกลับไปสู่ประชาชนแล้วผ่านราคาหุ้นและการเติบโตทางเศรษฐกิจ ขณะเดียวกันยังมีคำถามว่าอำนาจต่อรองและสถานะใหม่ของพนักงานชิปจะอยู่ได้นานแค่ไหน เพราะอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์มีวัฏจักรขึ้นลงรุนแรง และการอัตโนมัติในโรงงานอาจทำให้ตำแหน่งงานเหล่านี้เปลี่ยนแปลงในอนาคต


