ผู้กำกับ South of Midnight ชี้เงินหนุนจาก Xbox ไม่ยั่งยืน และอาจปิดก๊อกเร็วกว่านี้
เดวิด ซีร์ส ครีเอทีฟไดเรกเตอร์ของ South of Midnight เปิดใจว่าเขากังวลมาตลอดกับยุคที่ Xbox ทุ่มเงินสนับสนุนสตูดิโอและโปรเจกต์จำนวนมากแบบ “เปิดก๊อก” เพื่อผลักดันเกมลง Game Pass โดยมองว่ารูปแบบดังกล่าว…

เดวิด ซีร์ส ครีเอทีฟไดเรกเตอร์ของ South of Midnight เปิดใจว่าเขากังวลมาตลอดกับยุคที่ Xbox ทุ่มเงินสนับสนุนสตูดิโอและโปรเจกต์จำนวนมากแบบ “เปิดก๊อก” เพื่อผลักดันเกมลง Game Pass โดยมองว่ารูปแบบดังกล่าวอาจนำไปสู่ผลกระทบหนักในอนาคต เมื่อวันหนึ่งบริษัทแม่ตัดสินใจหยุดการอัดฉีดงบประมาณอย่างกะทันหัน เขายอมรับด้วยว่า หากต้องตัดสินใจจากมุมมองของผู้บริหาร Xbox เอง เขาอาจเลือกปิดก๊อกนี้ให้เร็วขึ้น เพราะเมื่อมองย้อนกลับไปแล้ว แนวทางดังกล่าวไม่ยั่งยืน
South of Midnight วางจำหน่ายในปี 2025 หลังการพัฒนายาวนานราว 7 ปีนับจากเกมก่อนหน้าของ Compulsion Games แม้ตัวเกมจะได้รับคำชมจากนักวิจารณ์ แต่กลับทำผลงานเชิงพาณิชย์ได้ไม่ดีนัก และไม่นานมานี้สตูดิโอก็แยกตัวออกจาก Xbox ท่ามกลางการ “รีเซ็ต” ธุรกิจเกมของ Microsoft ที่ส่งผลให้มีการปลดพนักงานจำนวนมาก ปิดหรือยกเลิกหลายโครงการ รวมถึงทำให้บางสตูดิโอเลือกแยกตัวไปเป็นอิสระแทนการถูกยุบ
ซีร์สเล่าว่าในช่วงที่ Microsoft ทุ่มเงินซื้อสตูดิโอและหนุนการผลิตเกมจำนวนมาก เขามักรู้สึกว่าบรรยากาศนั้นดีเกินจริงและอาจไม่ยืนยาว โดยเปรียบเทียบว่ามันเหมือนช่วงเวลาที่ทุกอย่างดูรุ่งโรจน์ แต่ย่อมมีวันที่สถานการณ์กลับตาลปัตร เขาเห็นว่าการที่ Xbox ให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ในยุคนั้นนับเป็นเรื่องน่าชื่นชม แต่ก็สะท้อนความเสี่ยงของโมเดลธุรกิจที่อิงกับการลงทุนหนักและการคาดหวังผลตอบแทนในอนาคต
เขายังกล่าวชื่นชม Microsoft ในมิติที่เปลี่ยนไปจากภาพจำเดิม โดยมองว่าองค์กรในปัจจุบันมีความเป็นมนุษย์มากขึ้นเมื่อเทียบกับ Microsoft ในยุคก่อน อีกทั้งยังให้เครดิตที่บริษัทเลือกทางออกแบบการปล่อยให้บางสตูดิโอแยกตัวออกจาก Xbox แทนการปิดกิจการทันที ซึ่งต่างจากตัวอย่างในอดีตอย่าง Ensemble Studios ที่ถูกยุบหลังการเข้าซื้อกิจการ อย่างไรก็ตาม เขาย้ำว่าการตัดสินใจลักษณะนี้สะท้อนว่าการขยายสตูดิโอและการอัดฉีดเงินของ Xbox ในช่วงก่อนหน้านั้นไม่ใช่โมเดลที่ยั่งยืนในระยะยาว
บริบทของเรื่องนี้ยังเชื่อมโยงกับการปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ของ Xbox ที่ Microsoft เริ่มหันไปโฟกัสแฟรนไชส์หลักมากขึ้น รวมถึงการย้ายทีมบางส่วนไปอยู่ใต้โครงสร้างของ Activision และการผลักดันแบรนด์เรือธงอย่าง Halo, Age of Empires และ Sea of Thieves ให้สร้างรายได้และกำไรได้ชัดเจนกว่าเดิม กรณีของ South of Midnight จึงสะท้อนทั้งผลของยุคลงทุนหนักของ Xbox และบทสรุปที่เริ่มเห็นชัดขึ้นว่า Microsoft กำลังปรับนโยบายสู่ความเข้มงวดทางธุรกิจมากกว่าเดิม


