Snap เปิดพรีออเดอร์แว่น AR รุ่นแรก “SPECS” เตรียมส่งมอบปลายปี 2026
Snap Inc. เปิดให้สั่งจองล่วงหน้าแว่นอัจฉริยะ AR รุ่นแรกของบริษัทในชื่อ SPECS โดยคาดว่าจะเริ่มจัดส่งในสหรัฐฯ สหราชอาณาจักร และฝรั่งเศสช่วงฤดูใบไม้ร่วงปี 2026 รุ่นนี้ถูกวางตำแหน่งให้เป็นอุปกรณ์สวมใส่ที่…

Snap Inc. เปิดให้สั่งจองล่วงหน้าแว่นอัจฉริยะ AR รุ่นแรกของบริษัทในชื่อ SPECS โดยคาดว่าจะเริ่มจัดส่งในสหรัฐฯ สหราชอาณาจักร และฝรั่งเศสช่วงฤดูใบไม้ร่วงปี 2026 รุ่นนี้ถูกวางตำแหน่งให้เป็นอุปกรณ์สวมใส่ที่ใช้ได้ในชีวิตประจำวันต่อเนื่องเป็นเวลานาน มากกว่าจะเป็นแก็ดเจ็ตทดลองสำหรับใช้งานสั้นๆ
ตัวเรือนผลิตจากวัสดุ Swiss TR90 ที่เน้นความแข็งแรงแต่น้ำหนักเบา มีให้เลือก 2 ขนาด คือ 47 มม. และ 52 มม. โดยรุ่นเล็กหนัก 4.6 ออนซ์ ซึ่งยังถือว่าหนักกว่าแว่นสายตาทั่วไป แต่ก็สะท้อนว่ามันบรรจุทั้งเลนส์ออปติกขั้นสูงและคอมพิวเตอร์สวมใส่ไว้ภายใน ราคาเปิดจองอยู่ที่ 2,195 ดอลลาร์สหรัฐ และต้องวางมัดจำที่ขอคืนได้ 200 ดอลลาร์เพื่อยืนยันสิทธิ์
ในแง่เทคโนโลยี SPECS ใช้ waveguide แบบโปร่งใสเพื่อฉายองค์ประกอบของ UI ลงบนเลนส์โดยไม่บดบังการมองเห็นรอบข้าง และสามารถแสดงผลแบบเต็มสีในมุมมองกว้าง 51 องศา เทียบได้กับจอภาพขนาดประมาณ 115 นิ้วที่วางห่างออกไปราว 10 ฟุต ตัวเลนส์ปรับความเข้มแสงอัตโนมัติตามสภาพแวดล้อม และรองรับค่าสายตา ทำให้ใช้งานได้ทั้งในร่มและกลางแจ้ง
ภายในเครื่องใช้ชิป Snapdragon สองตัวและรันบนระบบปฏิบัติการ Snap OS 2.0 อุปกรณ์ยังมาพร้อมกล้องอินฟราเรดและ RGB รวมถึงเซนเซอร์ต่างๆ เพื่อช่วยให้เข้าใจสภาพแวดล้อมรอบตัวผู้ใช้แบบเรียลไทม์ ทั้งการประมวลผลภาพ การรับรู้บริบท และการช่วยเหลือด้วย AI ซึ่งเป็นจุดที่ Snap พยายามต่อยอดจากงานวิจัย AR และระบบ Lens ที่สั่งสมมานาน
SPECS เป็นอุปกรณ์แบบไม่ต้องต่อสาย ใช้งานได้ราว 4 ชั่วโมงต่อการชาร์จหนึ่งครั้งในโหมดใช้งานผสม แต่มีเคสชาร์จที่ช่วยยืดเวลาการใช้งานรวมได้ถึงประมาณ 20 ชั่วโมง บริษัทจึงพยายามตอบโจทย์ผู้ใช้ที่ต้องการพกพาและใช้งานต่อเนื่องมากกว่าการสวมใส่เป็นครั้งคราว
แม้ราคาจะสูงจนไม่ใช่สินค้าที่เหมาะกับทุกคน แต่ Snap มองว่า SPECS อาจน่าสนใจสำหรับครีเอเตอร์ที่อยากสร้างคอนเทนต์แบบใหม่ คนทำงานที่ต้องการเครื่องมือเพิ่มประสิทธิภาพเชิงพื้นที่ นักเดินทางที่อยากมีทางเลือกแทนการพึ่งจอแบบเดิม หรือผู้ที่สนใจอุปกรณ์สวมใส่ขับเคลื่อนด้วย AI โดยรวมแล้ว ข่าวนี้สะท้อนว่าตลาดแว่น AR สำหรับผู้บริโภคกำลังก้าวจากแนวคิดทดลองไปสู่สินค้าจริงที่จับต้องได้มากขึ้น แม้ยังอยู่ในระดับราคาพรีเมียมก็ตาม


