สปีดรันเนอร์ทำลายสถิติ Super Mario Bros. อีกครั้ง ขณะคอสเพลย์เป็นมาริโอ
Niftski สปีดรันเนอร์เจ้าของสถิติโลกของ Super Mario Bros. กลับมาทำลายสถิติของตัวเองอีกครั้งระหว่างสตรีมในคืนฮาโลวีน โดยครั้งนี้เขาแต่งกายและแสดงบทเป็นมาริโอไปตลอดการวิ่ง ทำให้การไลฟ์ครั้งนี้กลายเป็น…

Niftski สปีดรันเนอร์เจ้าของสถิติโลกของ Super Mario Bros. กลับมาทำลายสถิติของตัวเองอีกครั้งระหว่างสตรีมในคืนฮาโลวีน โดยครั้งนี้เขาแต่งกายและแสดงบทเป็นมาริโอไปตลอดการวิ่ง ทำให้การไลฟ์ครั้งนี้กลายเป็นทั้งโชว์และการแข่งขันระดับท็อปของเกมคลาสสิกจาก Nintendo ในเวลาเดียวกัน
สถิติใหม่ในหมวด any% ถูกบันทึกไว้ที่ 4:54.299 หรือเร็วกว่าเดิมราว 0.33 วินาที และยังเป็นการผลักตัวเองเข้าไปใกล้สิ่งที่ชุมชนสปีดรันเรียกว่า “perfect run” มากขึ้นไปอีก โดยเจ้าตัวระบุว่าขณะนี้เหลือช่องว่างเพียง 2 เฟรม หรือประมาณ 33 มิลลิวินาทีจากความสมบูรณ์แบบทางทฤษฎีที่เทียบเท่ากับการไล่ทัน TAS ซึ่งเป็นการเล่นที่ถูกคำนวณด้วยคอมพิวเตอร์อย่างแม่นยำ
Niftski อธิบายว่าช่วงต้นเกมมีความผิดพลาดเล็กน้อยกับการเร่งความเร็วในห้องแรก ๆ ทำให้เสียไปคนละ 1 เฟรม และหากยังไม่มีเทคนิคใหม่ ๆ ที่ช่วยลดเวลาได้มากกว่านี้ ก็อาจเหลือโอกาสทำสถิติในหมวดนี้ได้เพียงอีกไม่กี่ครั้งเท่านั้น ข้อสังเกตนี้ยิ่งสะท้อนว่า Super Mario Bros. ระดับโลกในปัจจุบันถูกขยับเข้าใกล้ขีดจำกัดของเกมเข้าไปทุกที
สิ่งที่น่าสนใจคือ Niftski พูดติดตลกตั้งแต่ต้นสตรีมว่าหวังว่าจะไม่ทำสถิติได้ในวันนั้น เพราะจะ “ดูโง่มาก” หากทำสำเร็จในชุดมาริโอ แต่สุดท้ายกลับเกิดขึ้นจริง เขายังบอกด้วยว่าการแสดงบทเป็นมาริโอช่วยให้เล่นได้ผ่อนคลาย ไม่กดดัน และรู้สึกเหมือนทำทุกอย่างแบบสบาย ๆ มากขึ้น ซึ่งอาจเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้รันนี้ออกมาดี
ความสำเร็จครั้งนี้ทำให้ Niftski ครองสถิติหลักของ Super Mario Bros. หลายหมวดพร้อมกัน ทั้ง warpless, glitchless และ any% จนกลายเป็นภาพที่ชัดเจนว่าคู่แข่งที่แข็งแกร่งที่สุดของเขาอาจเป็นตัวเขาเองเท่านั้น ขณะที่แฟน ๆ บนโซเชียลมีเดียก็หยิบเหตุการณ์นี้ไปพูดถึงในเชิงขำขันและชื่นชมความแม่นยำระดับเฟรมของเขาไปพร้อมกัน
ในภาพรวม เรื่องนี้ตอกย้ำว่าชุมชนสปีดรันยังคงผลักดันเกมอายุหลายสิบปีให้เข้าใกล้เพดานประสิทธิภาพมากขึ้นเรื่อย ๆ และแม้เป็นเกมเก่าอย่าง Super Mario Bros. ก็ยังสร้างความตื่นเต้นได้ทุกครั้งที่มีการทำลายสถิติใหม่ โดยเฉพาะเมื่อความต่างของชัยชนะวัดกันได้เพียงไม่กี่เฟรมเท่านั้น


