Star Trek: Strange New Worlds เปิดซีซัน 4 ด้วยตอนผจญภัยไดโนเสาร์และไทม์ลูป
ตอนเปิดซีซัน 4 ของ Star Trek: Strange New Worlds เลือกกลับไปใช้สูตรผจญภัยแบบตอนต่อจบที่ดูเบาและสนุก หลังจากหลายซีซันที่ผ่านมาโชว์มักเล่นกับไอเดียแปลกใหม่ทั้งมิวสิคัล อนิเมชัน และลูกเล่นแนวคอมเมดี้ไซไฟ…

ตอนเปิดซีซัน 4 ของ Star Trek: Strange New Worlds เลือกกลับไปใช้สูตรผจญภัยแบบตอนต่อจบที่ดูเบาและสนุก หลังจากหลายซีซันที่ผ่านมาโชว์มักเล่นกับไอเดียแปลกใหม่ทั้งมิวสิคัล อนิเมชัน และลูกเล่นแนวคอมเมดี้ไซไฟ ตอนนี้จึงให้ความรู้สึกเหมือนเป็นการพาผู้ชมกลับสู่ภารกิจอวกาศแบบคลาสสิก แม้จะยังคงพาเรื่องไปสู่สถานการณ์สุดโต่ง เช่น การย้อนเวลากลับไปยุคไดโนเสาร์และปมที่ใหญ่พอจะชวนอึ้งว่ากล้าพาไปถึงจุดนี้ได้อย่างไร
เนื้อเรื่องเริ่มจากกัปตันไพค์, ลาอัน และหมอเอ็มเบนกาออกปฏิบัติการบนดาวต่างดาวในฉากขี่ม้า ส่งยาเพื่อช่วยประชากรดาวเคราะห์ ก่อนที่เรื่องจะขยับไปที่ปัญหาทางอารมณ์ของไพค์ซึ่งยังคงแบกรับความสูญเสียจากความสัมพันธ์กับกัปตันมารี เบทเทล รวมถึงเงาแห่งชะตากรรมของตัวเองที่ตามหลอกหลอนอยู่ตลอด เมื่อพลเรือเอกเอเพรลเสนอภารกิจที่ดูสงบและยังโยนโอกาสเลื่อนขั้นเป็นคอมโมดอร์ให้ด้วย ไพค์จึงเหมือนได้โอกาสหยุดคิด แต่สถานการณ์กลับพลิกผันจนยาน Enterprise ถูกดึงไปสู่อดีตอันไกลโพ้น
บทวิจารณ์มองว่าเส้นเรื่องบนยานคือจุดแข็งที่สุดของตอน โดยเฉพาะการปะทะคารมระหว่างไพค์กับศัตรูต่างดาวที่กลายเป็นเผ่ามาร์เชียนนักรบที่เชื่อในแนวคิดแบบแข็งกร้าว ตรงข้ามกับอุดมคติของสหพันธ์ที่เน้นการร่วมมือและการประสานผลประโยชน์ การดึง Saffron Burrows มารับบทผู้บัญชาการ Cassel ถูกชื่นชมว่าเพิ่มน้ำหนักให้เรื่องอย่างมาก เพราะเธอเล่นได้ทั้งความแข็งและความเจ็บปวดจากสงคราม ทำให้การสนทนากับไพค์มีแรงปะทะทางความคิดและอารมณ์ที่ชัดเจน
อีกด้านหนึ่ง เส้นเรื่องบนพื้นผิวโลกยุคดึกดำบรรพ์มีทีมงานอย่าง Una, La’an และ Ortegas เผชิญทั้งอันตรายจากไดโนเสาร์และภารกิจเอาตัวรอด แต่รีวิวเห็นว่าช่วงนี้ยังไม่ค่อยน่าเชื่อเท่าที่ควร แม้ภาพจะชวนดูและเป็นสิ่งที่ใช้โปรโมตได้ดี แต่จังหวะเล่าเรื่องและโทนบางช่วงกลับทำให้ความน่ากลัวลดลง โดยเฉพาะฉากที่ต้องเจอกับทีเร็กซ์ซึ่งถูกเล่นออกมาให้ขำมากกว่าน่าหวาดเสียว จนผู้เขียนรู้สึกว่าหัวข้อ “สตาร์เทร็กซ์เจอไดโนเสาร์” น่าจะเหมาะกับตอนเฉพาะตัวมากกว่า
เมื่อเรื่องคลี่คลาย ตอนก็หักมุมด้วยไทม์ลูปที่ทำให้ภารกิจทั้งหมดกลายเป็นเหตุการณ์ที่จำเป็นต่อประวัติศาสตร์ของโลก การตัดสินใจของไพค์มีผลต่อการทำลายล้างเผ่าศัตรูและนำไปสู่ห้วงเวลาใหม่ของมนุษยชาติบนโลก แม้ไอเดียจะทะเยอทะยานและน่าตื่นเต้น แต่บทวิจารณ์ตั้งข้อสังเกตว่าการที่ไพค์ยอมรับผลลัพธ์อย่างรวดเร็วทำให้ผลกระทบทางศีลธรรมยังไม่หนักแน่นพอ เพราะท้ายที่สุดเขาได้มีส่วนทำให้เกิดการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ แม้จะเป็นภายใต้ตรรกะของไทม์ลูปก็ตาม
โดยรวม รีวิวสรุปว่าตอนนี้ทำหน้าที่เป็นการเปิดซีซันที่บันเทิงและกล้าคิดใหญ่ มีฉากเด่นจากการแสดงของ Mount และ Burrows รวมถึงการขยับประเด็นเรื่องภาวะผู้นำ ความโดดเดี่ยว และการเลือกทำสิ่งที่ถูกต้องในภาวะจำยอม แต่ในเชิงการปูพัฒนาการทางใจของไพค์ยังไม่ค่อยลงลึกพอ กระนั้นก็ถือเป็นตอนที่ให้ความรู้สึกสนุกแบบ Star Trek ดั้งเดิมผสมไอเดียไซไฟสุดโต่งได้อย่างน่าจดจำ


