Strange New Worlds ปิดฤดูกาลด้วยตอนย้อนเวลาและปูทางสู่อนาคตของทีม Enterprise
ตอนจบซีซัน 4 ของ Star Trek: Strange New Worlds ในชื่อ “Tomorrow’s Enterprise” ถูกมองว่าเป็นตอนที่สนุกและมีเสน่ห์ แม้ทั้งซีซันจะขึ้นลงไม่สม่ำเสมอ โดยเรื่องราวหันไปโฟกัสที่อูฮูราเป็นหลัก และใช้โครง…

ตอนจบซีซัน 4 ของ Star Trek: Strange New Worlds ในชื่อ “Tomorrow’s Enterprise” ถูกมองว่าเป็นตอนที่สนุกและมีเสน่ห์ แม้ทั้งซีซันจะขึ้นลงไม่สม่ำเสมอ โดยเรื่องราวหันไปโฟกัสที่อูฮูราเป็นหลัก และใช้โครงเรื่องอุบัติเหตุจากปรากฏการณ์หลุมขาวที่ทำให้เธอได้รับบาดเจ็บจนเริ่มเห็นเหตุการณ์ในอนาคตซ้อนทับกับปัจจุบันของตัวเอง
แกนของตอนนี้คือเกมเล่าเรื่องแบบไทม์ทราเวลที่ทำให้อูฮูราต้องรับมือกับสิ่งที่ไม่มีใครบนยานเชื่อเธอ ยกเว้น “อูฮูราในอนาคต” ที่เข้ามาช่วยยืนยันว่าเกิดบางอย่างผิดปกติขึ้นจริง จุดนี้ทำให้ตอนดังกล่าวใช้ตัวละครอูฮูราได้อย่างคุ้มค่า เพราะเธอถูกวางเป็นมุมมองหลักของซีรีส์มาตั้งแต่เป็นนักเรียนนายร้อยจนถึงช่วงที่เริ่มเข้าใจความจริงอันโหดร้ายของการรับใช้บนยานอวกาศมากขึ้น
ผู้เขียนรีวิวชื่นชมการแสดงของ Celia Rose Gooding ที่รับบททั้งอูฮูราในปัจจุบันและเวอร์ชันอนาคตได้อย่างน่าเชื่อถือ ขณะเดียวกันพล็อตอนาคตยังพาไปเห็น Enterprise เวอร์ชันที่ Kirk เป็นกัปตันแล้ว และจินตนาการถึงปลายทางของตัวละครหลักหลายคน ไม่ว่าจะเป็นพไคก์ที่ใกล้จะออกจากตำแหน่ง ออร์เตกาสที่มีแนวโน้มจะย้ายไปเป็นครูการบิน รวมถึงเงื่อนงำเกี่ยวกับลา’อันที่สะท้อนว่าซีรีส์กำลังวางชิ้นส่วนสำหรับบทสรุปในอนาคตของตัวเองอยู่
อีกประเด็นที่ถูกพูดถึงมากคือความสัมพันธ์โรแมนติกระหว่างอูฮูราและสก็อตตีในไทม์ไลน์อนาคต ซึ่งรีวิวมองว่าน่าสนใจและมีเคมีที่ดี โดยโยงไปถึงการอ้างอิงจาก Star Trek: The Final Frontier ที่เคยบอกใบ้ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ไว้แบบไม่ชัดเจน ทั้งยังสะท้อนมุมมองว่าซีรีส์สมัยใหม่กล้าเปิดพื้นที่ให้ตัวละครจากลูกเรือเชื่อมโยงกันมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม จุดอ่อนของตอนนี้คือการคลี่คลายปัญหาทั้งหมดด้วยเหตุผลเชิงวิทยาศาสตร์แบบแฟนตาซีที่ค่อนข้างสะดวกเกินไป เพราะปรากฏการณ์หลุมขาวและหลุมดำถูกอธิบายจนกลายเป็นกลไกเหนือธรรมชาติของจักรวาลที่ช่วยแก้ปมต่าง ๆ แบบ deus ex machina ทำให้พลังของพล็อตลดลงแม้จะยังดูเพลินอยู่ก็ตาม
ท้ายที่สุด บทความนี้มองว่าตอนจบซีซันเป็นตอนที่ตอบโจทย์แฟนเดิมด้วยการอ้างอิงจักรวาล Star Trek จำนวนมาก ทั้งชื่อ ตัวละคร และการบอกใบ้อนาคตของทีม Enterprise ขณะเดียวกันก็ทิ้งรสชาติทั้งความสนุก ความน่าหวัง และความกังวลเกี่ยวกับทิศทางของซีรีส์ในอนาคตไว้พร้อมกัน


