D&D เตรียมครอสโอเวอร์ Star Wars ในปี 2027 แต่แฟนเกมกังวลทิศทางเชิงพาณิชย์
Dungeons & Dragons ยืนยันว่าโปรเจกต์ Universes Beyond จะขยายไปสู่ Star Wars โดยมีกำหนดออกในปี 2027 ภายใต้ธีม “Season of Rebellion” หลังจากก่อนหน้านี้เพิ่งเปิดเผยครอสโอเวอร์กับ World of Warcraft ข่าว…

Dungeons & Dragons ยืนยันว่าโปรเจกต์ Universes Beyond จะขยายไปสู่ Star Wars โดยมีกำหนดออกในปี 2027 ภายใต้ธีม “Season of Rebellion” หลังจากก่อนหน้านี้เพิ่งเปิดเผยครอสโอเวอร์กับ World of Warcraft ข่าวนี้สร้างความสนใจในแง่ของเนื้อหาใหม่ที่แฟนทั้งสองจักรวาลน่าจะคุ้นเคยและเข้าถึงได้ง่าย โดยทาง Wizards of the Coast ระบุว่าการขยายไปสู่จักรวาลอื่นจะเป็น “ส่วนเสริม” ของแผนงานหลักสำหรับโลกแฟนตาซีดั้งเดิมของ D&D ไม่ได้เข้ามาแทนที่ผลงานเดิม
อย่างไรก็ตาม ผู้เขียนแสดงความกังวลว่า Hasbro อาจกำลังนำโมเดลการทำครอสโอเวอร์แบบเดียวกับ Magic: The Gathering มาปรับใช้กับ D&D มากเกินไป เพราะ Magic เป็นเกมการ์ดที่รูปแบบการเล่นแทบไม่เปลี่ยนตาม IP ที่นำมาใช้ จึงรองรับการจับมือกับแบรนด์ต่าง ๆ ได้ค่อนข้างดี แต่สำหรับเกมสวมบทบาทบนโต๊ะอย่าง D&D นั้น ตัวระบบกติกาและโทนการเล่าเรื่องมีผลต่อประสบการณ์อย่างมาก การดึงจักรวาลอื่นมาใส่จึงไม่ใช่เรื่องที่ใช้สูตรเดียวกันได้เสมอไป
บทความชี้ว่าจริง ๆ แล้ว Star Wars มีเกม RPG ของตัวเองอยู่แล้ว และยังมีแฟนโปรเจกต์ที่ใช้กติกา D&D 5e อยู่ด้วย ทำให้การสร้างครอสโอเวอร์นี้ดูเหมือนตอบโจทย์เชิงการตลาดมากกว่าความจำเป็นด้านการออกแบบเกม ผู้เขียนมองว่าบางแนวทาง เช่น การเล่นเรื่องฮีโร่ผจญภัยหรือไซไฟผจญภัยแบบกว้าง ๆ สามารถเข้ากับ D&D ได้ แต่ไม่ใช่ทุกแนว โดยเฉพาะแนวที่ต้องพึ่งระบบเฉพาะทางอย่างซูเปอร์ฮีโร่วัยรุ่น เมคคา หรือสยองขวัญที่ต้องการบรรยากาศและกลไกต่างจาก D&D
ในมุมเปรียบเทียบ ผู้เขียนอธิบายว่าเหตุผลที่ครอสโอเวอร์ใน Magic: The Gathering มักเวิร์ก เพราะเกมการ์ดไม่ได้เปลี่ยนโครงสร้างการเล่นมากนักตามธีมที่เปลี่ยนไป ตรงกันข้ามกับ TTRPG ซึ่งกติกาต้องรองรับทั้งเรื่องราวและอารมณ์ของแคมเปญ ดังนั้นการย้าย IP จำนวนมากมาอยู่ในระบบ D&D อาจทำให้บางจักรวาล “ไม่เข้าที่” เท่าที่ควร หากถูกบังคับให้ใช้กรอบเดียวกันทั้งหมด
แม้จะมีความระแวง แต่บทความก็ยอมรับว่าข่าวประกาศรอบนี้ไม่ได้มีแต่สัญญาณเชิงพาณิชย์ เพราะ Wizards of the Coast ยังเผยแผนดึงโลกคลาสสิกของ D&D กลับมาอย่าง Dragonlance, Greyhawk, Drizzt และ Dark Sun โดยได้คนสำคัญจากต้นฉบับหรือผู้เกี่ยวข้องโดยตรงมาดูแลบางโปรเจกต์ ซึ่งสะท้อนว่าบริษัทพยายามสร้างสมดุลระหว่างการต่อยอด IP ดังและการกลับไปลงทุนกับรากฐานของแบรนด์ตนเอง
โดยรวม บทความมองข่าวนี้ทั้งในฐานะโอกาสและความเสี่ยง: โอกาสคือแฟน Star Wars และ D&D จะได้เนื้อหาใหม่ที่น่าตื่นเต้น แต่ความเสี่ยงคือถ้าบริษัทใช้สูตรครอสโอเวอร์มากเกินไป อาจทำให้ D&D ค่อย ๆ เดินไปในทิศทางที่คล้าย Magic: The Gathering จนกลบเสน่ห์ของการเป็น TTRPG ที่มีระบบและอัตลักษณ์เฉพาะของตัวเอง


