ผู้จัดจำหน่ายอินดี้ปล่อยเกม Steam 29 เกมในวันเดียว จุดคำถามเรื่องคุณภาพและกำไร
Hard Shark Games กลายเป็นประเด็นในสัปดาห์นี้หลังจากปล่อยเกมลง Steam พร้อมกันถึง 29 เกมในวันเดียว เมื่อวันที่ 15 กันยายน โดยแทบทุกเกมถูกระบุว่าเป็นทั้งผู้จัดจำหน่ายและผู้พัฒนาเอง และทั้งหมดเปิดตัวใน…

Hard Shark Games กลายเป็นประเด็นในสัปดาห์นี้หลังจากปล่อยเกมลง Steam พร้อมกันถึง 29 เกมในวันเดียว เมื่อวันที่ 15 กันยายน โดยแทบทุกเกมถูกระบุว่าเป็นทั้งผู้จัดจำหน่ายและผู้พัฒนาเอง และทั้งหมดเปิดตัวในสถานะ Early Access เหมือนกันแทบทุกประการ ตั้งแต่ข้อความแนะนำไปจนถึงแนวทางการสื่อสาร ทำให้ภาพรวมของโปรเจกต์ดูเหมือนการผลิตเกมจำนวนมากในรูปแบบเดียวกันมากกว่างานพัฒนาที่แยกอิสระต่อกัน
บทความชี้ว่าหลายเกมมีรูปแบบคำอธิบายและบันทึกอัปเดตที่ซ้ำกันเกือบทั้งหมด เช่น ประโยคเปิดตัวเกี่ยวกับการใช้ Early Access เพื่อให้ชุมชนมีส่วนร่วมตั้งแต่เริ่มต้น หรือโน้ตอัปเดตที่ใช้ข้อความเดียวกันแทบเป๊ะในหลายเกมที่ปล่อยห่างกันเพียงไม่กี่นาที สิ่งนี้ทำให้เกิดคำถามว่าเนื้อหาต่าง ๆ ถูกสร้างอย่างเร่งรีบหรือใช้วิธีการผลิตแบบอัตโนมัติในระดับสูง
ในมุมธุรกิจ PC Gamer ประเมินว่าการขึ้นหน้าร้านค้า Steam แต่ละเกมมีต้นทุนเริ่มต้นราว 100 ดอลลาร์ และจะคืนทุนได้เมื่อทำรายได้เกิน 1,000 ดอลลาร์ต่อเกม ซึ่งหมายความว่าการขึ้นเกม 29 เกมอาจมีค่าใช้จ่ายรวมประมาณ 2,900 ดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม การประเมินยอดขายจากจำนวนรีวิวสาธารณะด้วยวิธี Boxleiter Method ชี้ว่าเกมบางเกมอาจทำรายได้พอสมควร เช่น เกมจำลองซูเปอร์มาร์เก็ต เกมพูล และเกมจำลอง F1 ทำให้มีโอกาสที่การลงทุนจะเริ่มคืนทุนได้ค่อนข้างเร็ว แม้จะยังไม่รวมต้นทุนการผลิตจริง
อย่างไรก็ดี บทความตั้งข้อสังเกตว่าหลายเกมดูคล้ายใช้เทมเพลตหรือสินทรัพย์สำเร็จรูปจำนวนมาก ตัวอย่างที่ถูกยกมาคือเกมแนวซูเปอร์มาร์เก็ตที่ดูเหมือนอิงกับ Unity template ราคาถูก และมีผู้เล่นบางส่วนกล่าวหาว่าเป็นการยกชุด asset มาใช้ตรง ๆ มากกว่าจะพัฒนาเกมต้นฉบับ นอกจากนี้ยังมีรายละเอียดแปลก ๆ ในภาพตัวอย่างบางเกมที่สะท้อนความไม่ประณีตของการนำเสนอ
เมื่อมองภาพรวมของทั้งบัญชี Hard Shark Games บน Steam ซึ่งมีรายการรวมถึงเกมและเดโมมากกว่า 200 รายการ แต่สถิติผู้เล่นพร้อมกันสูงสุดกลับอยู่ที่เพียง 13 คน ยิ่งตอกย้ำว่าเกมจำนวนมากของผู้จัดจำหน่ายรายนี้แทบไม่มีฐานผู้เล่นขนาดใหญ่ อย่างไรก็ตาม ด้วยโมเดลการผลิตเกมต้นทุนต่ำและปล่อยจำนวนมากในเวลาสั้น ๆ ธุรกิจลักษณะนี้ก็ยังมีโอกาสทำเงินได้ หากยอดขายสะสมจากหลายชื่อเรื่องรวมกันพอสมควร
บทความยังมองว่านี่ไม่ใช่ตัวอย่างที่สุดโต่งที่สุดใน Steam เพราะยังมีผู้จัดจำหน่ายรายอื่นที่ออกเกมถี่ยิ่งกว่า เช่น BFG Entertainment และ PlayWay แต่กรณีของ Hard Shark Games ถูกจับตามองมากเป็นพิเศษเพราะจำนวนเกมที่ปล่อยในวันเดียวสูงผิดปกติ และคุณภาพเชิงภาพลักษณ์ดูไม่สอดคล้องกับปริมาณการผลิต ขณะเดียวกันก็สะท้อนปัญหาเดิมของร้านเกมดิจิทัล ที่เปิดโอกาสให้สตูดิโอขนาดเล็กหรือผู้พัฒนาที่ใช้เทมเพลตสร้างรายได้ได้รวดเร็ว แม้ผลงานจะถูกวิจารณ์ว่าไร้ความตั้งใจและมีลักษณะคล้าย asset flip ก็ตาม


