Stop Killing Games ร่วมฟ้อง Sony ปมผูกขาดร้านดิจิทัลและยุติสื่อเกมแบบแผ่น
ขบวนการผู้บริโภค Stop Killing Games ประกาศเข้าร่วมคดีความขององค์กรผู้บริโภคเนเธอร์แลนด์ Stichting Massaschade & Consument ที่ยื่นฟ้อง Sony มูลค่า 457 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยกล่าวหาว่า Sony ใช้อำนาจเหนือ…

ขบวนการผู้บริโภค Stop Killing Games ประกาศเข้าร่วมคดีความขององค์กรผู้บริโภคเนเธอร์แลนด์ Stichting Massaschade & Consument ที่ยื่นฟ้อง Sony มูลค่า 457 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยกล่าวหาว่า Sony ใช้อำนาจเหนือตลาดในลักษณะที่ผิดกฎหมายผ่านร้านค้า PlayStation Store และการเดินหน้าสู่ระบบจำหน่ายเกมแบบดิจิทัลเต็มรูปแบบ คดีนี้ยิ่งทวีความสนใจขึ้นหลัง Sony เผยแผนหยุดการผลิตเกมแบบแผ่นตั้งแต่เดือนมกราคม 2028 ซึ่งกระตุ้นให้ผู้เล่นกังวลเรื่องสิทธิ์ความเป็นเจ้าของสื่อเกม ราคาที่อาจสูงขึ้น และการที่แพลตฟอร์มจะพึ่งพาระบบออนไลน์มากเกินไป
Stop Killing Games ซึ่งเริ่มเคลื่อนไหวในปี 2024 และผลักดันประเด็นการ “ฆ่าเกม” โดยการปิดซัพพอร์ตเกมออนไลน์หรือเกมแบบบริการหลังบ้าน ไปจนถึงการยื่นเรื่องต่อ European Commission และรวบรวมรายชื่อผู้สนับสนุนมากกว่า 1.2 ล้านราย ระบุว่าค่าตัวเกมดิจิทัลที่สูงขึ้นบนแพลตฟอร์มของ Sony เป็นเหมือน “Sony Tax” และมองว่าผู้บริโภคควรมีทางเลือกที่เป็นธรรมมากกว่าการถูกบังคับให้ซื้อผ่านร้านค้าออนไลน์ของบริษัทเพียงช่องทางเดียว กลุ่มนี้ยังเรียกร้องให้ Sony คืนเงินส่วนต่างหรือผลประโยชน์ที่ได้จากผู้เล่นในเนเธอร์แลนด์ ซึ่งองค์กรผู้ฟ้องอ้างว่าอาจมีมูลค่ารวมเป็นหลักร้อยล้านยูโร
คดีในเนเธอร์แลนด์ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงลำพัง เพราะ Sony ยังเผชิญแรงกดดันทางกฎหมายจากหลายประเทศ เม็กซิโกมีการยื่นคำร้องต่อหน่วยงานแข่งขันทางการค้าให้ตรวจสอบว่าการเลิกผลิตแผ่นเกมอาจเข้าข่ายพฤติกรรมต่อต้านการแข่งขันหรือไม่ ขณะที่ในสหราชอาณาจักรก็มีการฟ้องร้องแบบกลุ่มในปี 2026 โดยกล่าวหาว่า Sony เรียกเก็บค่าบริการผ่าน PlayStation Store เกินสมควรและไม่เป็นธรรม อีกทั้งก่อนหน้านี้เจ้าของเครื่อง PlayStation ในสหราชอาณาจักรยังพยายามเรียกคืนเงินจากกรณีขึ้นราคา PS5 ในปี 2025 ด้วย
แม้คดีเหล่านี้จะมีรายละเอียดต่างกัน แต่สะท้อนความไม่พอใจที่เพิ่มขึ้นต่อการเปลี่ยนผ่านสู่ตลาดเกมดิจิทัลที่ผู้บริโภครู้สึกว่าถูกผูกขาดและมีต้นทุนสูงขึ้น ประเด็นจึงไม่ได้มีแค่การสิ้นสุดของเกมแบบแผ่น แต่ยังรวมถึงคำถามเรื่องความเป็นเจ้าของ การเข้าถึงเนื้อหาในระยะยาว และอำนาจต่อรองของแพลตฟอร์มขนาดใหญ่ต่อผู้เล่นในหลายภูมิภาค
ทางฝั่ง Sony ยังไม่ได้ถอยจากแผนดังกล่าว โดยซีเอฟโอ Lin Tao ยืนยันกับนักลงทุนว่าบริษัทจะเดินหน้าด้วยความระมัดระวัง ท่ามกลางกระแสต่อต้านที่ยังคงดังทั้งในโซเชียลมีเดียและในศาล ทำให้ประเด็นอนาคตของสื่อเกมแบบแผ่นและโครงสร้างราคาของร้านเกมดิจิทัลกลายเป็นข้อถกเถียงสำคัญของอุตสาหกรรมเกมในเวลานี้


