PC Gamer ชี้ศึกเถียง WoW Retail, Classic และ Forever ไม่ควรถูกทำให้เป็นสงครามศรัทธา
คอลัมน์ของ PC Gamer ว่าด้วยกระแสถกเถียงเรื่อง World of Warcraft หลายเวอร์ชัน ทั้ง Retail, Classic และโปรเจกต์/เซิร์ฟเวอร์ Forever ที่กำลังเป็นที่สนใจ โดยผู้เขียนยอมรับตรง ๆ ว่าเขาเอนเอียงไปทาง Forever…

คอลัมน์ของ PC Gamer ว่าด้วยกระแสถกเถียงเรื่อง World of Warcraft หลายเวอร์ชัน ทั้ง Retail, Classic และโปรเจกต์/เซิร์ฟเวอร์ Forever ที่กำลังเป็นที่สนใจ โดยผู้เขียนยอมรับตรง ๆ ว่าเขาเอนเอียงไปทาง Forever เพราะชอบบรรยากาศ MMO แบบเก่า การเล่นที่เนิบช้ากว่า และการกลับไปใช้ระบบเดิมอย่างการล็อกเป้าหมายแบบ tab-targeting มากกว่าความเร็วและความวุ่นวายของเกมยุคใหม่ แต่ในขณะเดียวกันก็ย้ำว่าเขาไม่ได้มองว่าผู้เล่นฝั่งอื่น “ผิด” หรือเป็นศัตรู
ประเด็นหลักของบทความไม่ใช่ว่าเวอร์ชันไหนดีกว่ากันอย่างเด็ดขาด หากแต่เป็นการวิจารณ์ท่าทีของบางส่วนในคอมมูนิตี้ที่ทำให้ความชอบส่วนตัวกลายเป็นการแบ่งฝักแบ่งฝ่ายแบบเข้มข้น คล้ายสงครามคอนโซล ผู้เขียนแบ่งภาพล้อเลียนเป็นหลายค่าย ทั้งกลุ่มที่ชอบความสะดวกและระบบสมัยใหม่ของ Retail กลุ่มที่ยึดแนวทางดั้งเดิมของ Classic และกลุ่มที่ตื่นเต้นกับ Forever ในฐานะ “อนาคต” ของ MMO แต่เขามองว่าการทำให้เรื่องนี้กลายเป็นอัตลักษณ์หรือภารกิจทางศีลธรรมนั้นเกินกว่าเหตุ และสร้างแต่ความเหนื่อยล้าให้การสนทนา
ผู้เขียนอธิบายว่า Retail WoW เองไม่ได้เลวร้ายโดยตัวมันเอง เพียงแต่เป็นเกมคนละแบบ เขาชื่นชมหลายอย่างในเวอร์ชันปัจจุบัน เช่น ระบบที่เข้าถึงง่าย ความเป็นมิตรต่อการเล่นหลายตัวละคร เนื้อหาเสริมด้านความสะดวกสบายอย่างที่อยู่อาศัยผู้เล่น และการลดภาระคอนเทนต์บังคับที่เคยเป็นงานบ้านในแต่ละซีซัน ขณะเดียวกันก็ระบุว่า Forever มีเสน่ห์ตรงที่ตัดระบบซ้อน ๆ เหล่านั้นออกไป ทำให้ผู้เล่นกลับไปสัมผัสโลก MMO แบบเรียบง่าย เดินเควสต์ หาเพื่อนลุยดันเจียน และใช้เวลาอยู่ในโลกเดียวกับผู้เล่นคนอื่นมากขึ้น
อย่างไรก็ดี จุดยืนสำคัญของบทความคือ การชอบแบบหนึ่งไม่ได้แปลว่าต้องเหยียดอีกแบบ ผู้เขียนเห็นว่าการยกว่าสิ่งที่ชอบเป็น “ความถูกต้อง” และตีตราอีกฝั่งว่าเสื่อมหรือเป็นพิษต่อเกมนั้นเป็นพฤติกรรมที่ทั้งน่าเบื่อและไม่สร้างสรรค์ เขายังชี้ว่า Blizzard เองไม่น่าจะสนใจว่าผู้เล่นจะยืนอยู่ฝั่งไหนมากนัก ตราบใดที่ทุกเวอร์ชันยังสร้างรายได้ได้ดี และคำโปรยหรือการตลาดที่เล่นกับคำว่า “war” เป็นเพียงกลยุทธ์ดึงความสนใจ ไม่ใช่สัญญาณของการเปลี่ยนแปลงเชิงวัฒนธรรมใด ๆ
ท้ายที่สุด บทความมองว่า Forever เป็นหลักฐานว่าระบบเก่าและระบบใหม่ไม่ได้จำเป็นต้องเป็นศัตรูกันโดยสิ้นเชิง เพราะเสน่ห์ของมันอยู่ที่การหยิบเอาแนวคิดแบบเก่ามารีตีความใหม่โดยใส่ความสะดวกสบายบางส่วนเข้าไป ผู้เขียนยอมรับว่าความคิดถึงอดีตเป็นเรื่องธรรมชาติ แต่เตือนว่าการติดอยู่กับอดีตจนกลายเป็นการสู้รบทางคอมมูนิตี้ไม่ช่วยอะไร นอกจากทำให้ทุกฝ่ายเหนื่อยเปล่า และเขาหวังให้การถกเถียงเรื่อง WoW กลับไปอยู่ในโหมดสนุกกับเกม มากกว่าการประกาศสงครามบนอินเทอร์เน็ต


