Stranger Than Heaven พรีวิวใหญ่: เกมแอ็กชันผจญภัยข้ามทศวรรษของทีม Yakuza ที่น่าจับตา
Stranger Than Heaven เกมใหม่จาก RGG Studio หรือทีมผู้อยู่เบื้องหลังซีรีส์ Yakuza / Like a Dragon ถูกพรีวิวในภาพรวมว่าเป็นผลงานที่ทะเยอทะยานกว่าที่คาด ทั้งในแง่โครงเรื่อง การเล่าเรื่อง และความหลากหลาย…

Stranger Than Heaven เกมใหม่จาก RGG Studio หรือทีมผู้อยู่เบื้องหลังซีรีส์ Yakuza / Like a Dragon ถูกพรีวิวในภาพรวมว่าเป็นผลงานที่ทะเยอทะยานกว่าที่คาด ทั้งในแง่โครงเรื่อง การเล่าเรื่อง และความหลากหลายของระบบเกม หลังจากเดโมก่อนหน้านี้ยังทำให้ผู้เล่นกังวลเรื่องจังหวะการต่อสู้ที่ดูหน่วงและยังไม่ลงตัว แต่จากเดโมใหม่ที่ยาวราว 3 ชั่วโมง ผู้เขียนพรีวิวรู้สึกว่าเกม “พลิกมุมมอง” ต่อระบบต่อสู้ไปอย่างชัดเจน และเริ่มเชื่อว่าทีมพัฒนากำลังขัดเกลางานชิ้นนี้ให้มีน้ำหนักมากขึ้น
แกนกลางของเรื่องราวอยู่ที่ตัวเอก Makoto Daito ชายเชื้อสายผสมที่ต้องเผชิญการเลือกปฏิบัติอย่างรุนแรงในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 โดยเริ่มจากเหตุการณ์ในซานฟรานซิสโกปี 1915 ก่อนจะหลบหนีไปยังญี่ปุ่นและค่อย ๆ เปิดเผยความเชื่อมโยงกับโลกอาชญากรรมที่นำไปสู่รากฐานของ Tojo Clan ในยุคต่อมา พรีวิวชี้ว่าโทนเรื่องของเกมจริงจังกว่าเกม Yakuza หลายภาค และเน้นความอึดอัด ความโดดเดี่ยว และแรงกดดันทางสังคมของคนที่ถูกมองเป็นคนนอก ซึ่งถูกถ่ายทอดผ่านฉากคัตซีนและการแสดงของตัวละครได้ค่อนข้างทรงพลัง
อีกจุดที่เด่นคือการเล่าเรื่องแบบกล้าผสมความจริงเข้ากับความตั้งใจให้ออกมาแปลกเหนือจริง ผู้กำกับยอมรับว่าเกมไม่ได้พยายามยึดความถูกต้องทางประวัติศาสตร์แบบเคร่งครัดเสมอไป ทำให้มีองค์ประกอบยุคสมัยที่ดู “ไม่เข้าที่” อยู่บ้าง เช่น การนำ Snoop Dogg มาเป็นตัวละคร Orpheus ซึ่งแม้อาจทำให้บางคนขัดใจ แต่พรีวิวมองว่ามันสะท้อนธีมของคนนอกและการสร้างชุมชนผ่านดนตรีได้พอสมควร พร้อมยังแทรกกิจกรรมอย่างการมวนบุหรี่เพื่อสร้างไอเทมบัฟเข้าไปในตัวเกมด้วย
ด้านการต่อสู้ถือเป็นประเด็นสำคัญที่สุดของเดโมครั้งนี้ ระบบใหม่นำเสนอการโจมตีซ้าย-ขวาแบบกำหนดทิศทาง และเน้นการปัดป้องให้ตรงจังหวะและตรงฝั่งของการโจมตี ทำให้การอ่านท่าศัตรูสำคัญมากกว่าการกดรัวแบบเกมแอ็กชันทั่วไป ตอนแรกอาจดูช้าและยุ่งเมื่อรับมือศัตรูหลายคน แต่เมื่อจับจังหวะได้แล้ว ผู้เขียนบอกว่ามันเริ่มสนุกขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และให้ความรู้สึกเหมือนการต่อสู้เชิงเทคนิคที่ต้องคิดก่อนออกหมัด ไม่ใช่แค่แลกดาเมจกันตรง ๆ
อาวุธแต่ละชนิดยังเปลี่ยนสไตล์การเล่นพอสมควร เช่น ดาบใหญ่จะทรงพลังแต่ช้า ค้อนหนักเหมาะกับการทำลายการ์ด ส่วนอาวุธเบาอย่างมีดหรือไม้กระบองช่วยให้เคลื่อนที่คล่องและเข้ากับระบบปัดป้องมากกว่า พรีวิวระบุว่าทีมพัฒนาได้นำฟีดแบ็กจากเดโมก่อนหน้ามาปรับปรุงจริง ทำให้ระบบต่อสู้ดีขึ้นมาก และเมื่อเกมพาไปยังเมืองและช่วงเวลาใหม่ ๆ ความท้าทายก็เริ่มลงตัวขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะเมื่อมองว่ามันอาจพัฒนาได้อีกมากตลอดเกมเต็ม
นอกจากเนื้อเรื่องและการต่อสู้แล้ว เกมยังโดดเด่นด้วยกิจกรรมเสริมแบบฉบับ RGG ที่มีทั้งเกมแนวหมุนลูกข่างอย่าง beigoma, เกม menko คล้ายป็อก, มาฮจง, ยิงปืนในซุ้ม, arm wrestling และมินิเกมอื่น ๆ ที่ชวนให้เสียเวลาได้ยาวนาน พื้นที่อย่าง Sotenbori ในโอซาก้าก็ถูกนำกลับมาใช้ เพิ่มบรรยากาศแบบเมืองบันเทิงที่คุ้นเคย แต่ขยายด้วยกิจกรรมใหม่จำนวนมาก
ภาพรวมของพรีวิวจึงออกมาค่อนข้างในทางบวก โดยมองว่า Stranger Than Heaven กำลังก้าวไปเป็นเกมแอ็กชันผจญภัยที่มีทั้งดราม่าเข้มข้น ระบบต่อสู้ที่มีชั้นเชิง และมินิเกมแน่นแบบที่แฟน ๆ ของทีมนี้คาดหวัง แม้ยังมีองค์ประกอบแปลก ๆ และบางจุดที่ต้องดูต่อว่าจะบาลานซ์ได้ดีแค่ไหน แต่จากที่ได้ลองเล่น ผู้เขียนพรีวิวเชื่อว่าเกมนี้มีศักยภาพจะเป็นอีกหนึ่งผลงานสำคัญของ RGG Studio ได้ไม่ยาก


