สรุปตอนจบ Street Fighter: สู้กันเยอะ แต่เรื่องยังไม่จบ
บทความของ IGN อธิบายตอนจบของภาพยนตร์ไลฟ์แอ็กชัน Street Fighter ฉบับใหม่ พร้อมย้ำตั้งแต่ต้นว่ามีฉากกลางเครดิตแบบแอนิเมชันให้รอดูด้วย แต่โดยรวมหนังกลับให้ความรู้สึกเหมือน “ยังไม่จบ” มากกว่าจะเป็นบทสรุป…

บทความของ IGN อธิบายตอนจบของภาพยนตร์ไลฟ์แอ็กชัน Street Fighter ฉบับใหม่ พร้อมย้ำตั้งแต่ต้นว่ามีฉากกลางเครดิตแบบแอนิเมชันให้รอดูด้วย แต่โดยรวมหนังกลับให้ความรู้สึกเหมือน “ยังไม่จบ” มากกว่าจะเป็นบทสรุปของเรื่องราว
แกนหลักของพล็อตอยู่ที่การรวมตัวของ Ken และ Ryu อีกครั้ง หลังทั้งคู่ถูกดึงเข้าสู่ศึก World Warrior Tournament โดย Chun-Li ขณะที่ M. Bison ใช้ทัวร์นาเมนต์เป็นฉากบังหน้าเพื่อแผนใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับพลัง Hado ของ Ryu บทความชี้ว่าตัวหนังพยายามขายไอเดียศึกต่อสู้ระดับโลก แต่กลับเล่าแบบไม่เต็มที่ ทำให้การแข่งขันดูเหมือนเป็นองค์ประกอบรอง ทั้งที่ควรเป็นจุดขายสำคัญของหนัง Street Fighter
ประเด็นที่บทความวิจารณ์หนักคือการตัดต่อและการจัดวางฉากต่อสู้ หลายไฟต์ถูกข้ามไปแบบไม่เห็นภาพ เช่น Guile แพ้ Vega แบบนอกจอ หรือแม้แต่การชิงชัยบางคู่ที่มีเพียงการบอกผลบนกระดานการแข่งขัน ขณะที่ตัวละครบางคนอย่าง Zangief หายไปจากเรื่องไปเฉย ๆ โดยแทบไม่มีคำอธิบาย ส่งผลให้ทัวร์นาเมนต์ซึ่งควรเป็นหัวใจของเรื่องกลับไม่สร้างอารมณ์ร่วมเท่าที่ควร
อีกด้านหนึ่ง เรื่องยังเล่นกับการฟอร์เฟตหลายครั้งเพื่อสะท้อนแผนของ Bison เช่น Ryu ถูกกันไม่ให้ลงแข่ง, คู่ต่อสู้คนถัดมาก็ถอนตัวตามสถานการณ์ ก่อนที่ Ken จะไปช่วย Ryu จนไม่มาทำไฟต์ชิงชนะเลิศ ทำให้ผู้ชนะทางการกลายเป็น Joe ตัวละครที่แทบไม่มีบทเด่นมาก่อน จุดนี้ถูกมองว่าเป็นมุกสำหรับแฟนเกมมากกว่าจะเป็นการปิดทัวร์นาเมนต์ที่น่าพึงพอใจ
ช่วงท้ายของเรื่องยิ่งซ้อนความขัดแย้งหลายชั้น ทั้งภัยจาก Bison, ความน่ากลัวของ Akuma และด้านมืดในตัว Ryu เอง เมื่อ Akuma ฆ่า Joe แล้ว Ryu ต้องเผชิญหน้าและค่อย ๆ ปลดปล่อยพลังด้านมืดจนกลายเป็น Evil Ryu ก่อนจะเอาชนะ Akuma ได้ในที่สุด อย่างไรก็ตาม การชนะครั้งนี้กลับไม่ใช่บทสรุปที่สงบสุข เพราะ Ryu หันไปโจมตีเพื่อนร่วมทีมอย่าง Ken, Chun-Li และ Dan ต่อทันที
บทความปิดด้วยการชี้ว่า Ken เพิ่งปลดล็อกท่า Hadouken ได้ในจังหวะสำคัญและยิงใส่ Ryu พอดี แต่แทนที่จะพาเรื่องไปสู่บทสรุปชัด ๆ หนังกลับยังค้างคาและเปิดทางไปสู่ภาคต่อมากกว่า จึงทำให้ Street Fighter เวอร์ชันนี้ถูกมองว่าเป็นภาพยนตร์ที่อัดแน่นด้วยตัวละครและไอเดีย แต่เล่าไม่ลงล็อกพอจะให้ความรู้สึกสมบูรณ์ได้จริง


