เทคนิคซูเปอร์คูลปลูกถ่ายไตหมูสำเร็จ อาจยืดเวลาขนส่งอวัยวะได้ถึง 72 ชั่วโมง
งานวิจัยจากทีมของ Matthew Powell Palm ที่ Texas A&M University รายงานความก้าวหน้าครั้งสำคัญด้านการเก็บรักษาอวัยวะสำหรับปลูกถ่าย โดยพัฒนาอุปกรณ์ที่ทำให้ไตสามารถถูกทำให้เย็นจัดกว่าจุดเยือกแข็งเล็กน้อย…

งานวิจัยจากทีมของ Matthew Powell Palm ที่ Texas A&M University รายงานความก้าวหน้าครั้งสำคัญด้านการเก็บรักษาอวัยวะสำหรับปลูกถ่าย โดยพัฒนาอุปกรณ์ที่ทำให้ไตสามารถถูกทำให้เย็นจัดกว่าจุดเยือกแข็งเล็กน้อยที่ราว -4°C ได้โดยไม่เกิดผลึกน้ำแข็ง ซึ่งต่างจากการแช่เย็นแบบเดิมที่ใช้อยู่เพียงประมาณ 4°C และจำกัดเวลาการเก็บรักษาอวัยวะไว้ได้เพียงไม่กี่ชั่วโมงถึงราวหนึ่งวันเท่านั้น
แนวคิดหลักของวิธีนี้คือการลดอุณหภูมิให้การเผาผลาญของอวัยวะช้าลง แต่ยังหลีกเลี่ยงความเสียหายจากการแข็งตัวของน้ำภายในเนื้อเยื่อ ทีมวิจัยใช้ห้องปิดผนึกที่ควบคุมความดันและตรวจจับการเกิดน้ำแข็ง เพื่อรักษาอวัยวะให้อยู่ในสภาพ supercooled โดยไม่ต้องพึ่งสาร cryoprotectant หรือสารป้องกันการแข็งตัว ซึ่งหากใช้ในคนต้องผ่านขั้นตอนอนุมัติด้านความปลอดภัยเพิ่มเติม
ในการทดลองกับไตหมู ทีมงานนำไตออกจากสัตว์ ล้างเลือดออกด้วยน้ำยาที่ใช้กันตามมาตรฐานการปลูกถ่าย แล้วเปรียบเทียบการเก็บรักษาหลายแบบ ทั้งการแช่บนน้ำแข็ง 2 ชั่วโมงและ 24 ชั่วโมง กับการเก็บในอุปกรณ์ของตนเป็นเวลา 24, 48 และ 72 ชั่วโมง จากนั้นจึงนำไตกลับไปปลูกถ่ายคืนสู่หมูตัวเดิม เพื่อประเมินว่าสามารถกลับมาทำงานได้ดีเพียงใด
ผลที่ได้ถือว่าน่าจับตาอย่างมาก ไตที่ถูก supercool เป็นเวลา 24 ชั่วโมงเริ่มสร้างปัสสาวะได้ทันทีหลังปลูกถ่าย และตัวชี้วัดการทำงานของไตกลับมาใกล้ปกติภายในราว 10 วัน ส่วนไตที่เก็บไว้ 48 และ 72 ชั่วโมงก็ฟื้นตัวได้ใกล้เคียงกัน และยังดูดีกว่าอวัยวะที่แช่เย็นบนก้อนน้ำแข็งนาน 24 ชั่วโมงอย่างชัดเจน ผู้เชี่ยวชาญด้านการปลูกถ่ายอวัยวะที่ไม่ได้ร่วมวิจัยมองว่านี่เป็นความสำเร็จที่โดดเด่น เพราะโดยปกติไตที่เก็บไว้นานมักใช้เวลาหลายวันถึงหลายสัปดาห์กว่าจะเริ่มทำงานเต็มที่
ผลระยะยาวก็น่าสนใจเช่นกัน ทีมวิจัยติดตามหมูบางตัวเป็นเวลา 30 วัน และพบว่าแม้ตัวสัตว์จะโตขึ้น ไตก็ปรับขนาดและยังคงทำงานได้ดี อีกกรณีหนึ่งถูกติดตามยาวถึง 200 วันก่อนตรวจชิ้นเนื้อ ซึ่งยังดูมีสภาพสมบูรณ์ นักวิจัยจึงมองว่าวิธีนี้ไม่ใช่เพียงช่วยให้อวัยวะอยู่รอดชั่วคราว แต่มีศักยภาพรองรับการใช้งานจริงหลังปลูกถ่าย
ความหมายเชิงระบบของความก้าวหน้านี้ค่อนข้างมาก เพราะในสหรัฐฯ ยังมีผู้รอปลูกถ่ายไตจำนวนมหาศาล และมีอวัยวะที่บริจาคจำนวนไม่น้อยต้องถูกทิ้งเพราะขนส่งไม่ทันหรือเสื่อมคุณภาพก่อนถึงผู้รับ หากยืดเวลาได้ถึง 72 ชั่วโมง แพทย์จะมีเวลามากขึ้นในการคัดเลือกผู้รับที่เหมาะสม ตรวจประเมินอวัยวะ และขนส่งข้ามรัฐหรือข้ามประเทศได้สะดวกขึ้น รวมถึงอาจลดต้นทุนโลจิสติกส์ได้ด้วย
ทีมวิจัยยังเชื่อว่าอาจขยายระยะเก็บรักษาได้เกิน 72 ชั่วโมง โดยมีผลทดลองเบื้องต้นที่ดูมีความหวังถึง 120 ชั่วโมง แม้ยังไม่ได้นำไปปลูกถ่ายจริง ขณะเดียวกันเพราะกระบวนการนี้ไม่ต้องใช้สารเคมีป้องกันการแข็งตัว นักวิจัยจึงหวังว่าจะเดินหน้าสู่การทดสอบในคนได้ง่ายขึ้นหากได้รับการอนุมัติจาก FDA และยังมองว่าอุปกรณ์มีขนาดกะทัดรัดพอสำหรับการขนย้ายใช้งานจริงในอนาคต


