ผู้ก่อตั้งสตาร์ทอัพ AI โดนวิจารณ์หนัก หลังทำเกมยิงซอมบี้ในย่านเทนเดอร์ลอยน์
พีแอร์-หลุยส์ บิโฌต์ ผู้ก่อตั้งสตาร์ทอัพ AI ที่ได้รับการหนุนหลังจาก Y Combinator ตกเป็นเป้าวิพากษ์วิจารณ์ในซานฟรานซิสโก หลังเขาเผยแพร่โปรเจ็กต์ที่ทำขึ้นช่วงสุดสัปดาห์ด้วยแนวคิด “vibe coding” เป็นเกม…

พีแอร์-หลุยส์ บิโฌต์ ผู้ก่อตั้งสตาร์ทอัพ AI ที่ได้รับการหนุนหลังจาก Y Combinator ตกเป็นเป้าวิพากษ์วิจารณ์ในซานฟรานซิสโก หลังเขาเผยแพร่โปรเจ็กต์ที่ทำขึ้นช่วงสุดสัปดาห์ด้วยแนวคิด “vibe coding” เป็นเกมยิงแบบเว็บที่ตั้งอยู่ในย่านเทนเดอร์ลอยน์ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ขึ้นชื่อเรื่องคนไร้บ้านและการใช้ยาเสพติดในที่สาธารณะ
ประเด็นถกเถียงเริ่มร้อนแรงจากโพสต์บน X ที่ต่อมาถูกลบ โดยบิโฌต์ระบุทำนองว่าเมืองแก้ปัญหาเทนเดอร์ลอยน์ไม่ได้ เขาจึงนำพื้นที่ดังกล่าวมาทำเป็นเกมยิงสไตล์ Call of Duty และอ้างว่าสามารถทำเงินจากโฆษณาในเกมได้แล้วราว 300 ดอลลาร์ คำพูดดังกล่าวถูกมองว่าเยาะเย้ยปัญหาสังคมของเมือง และทำให้เกิดเสียงตำหนิจากทั้งชาวเมืองและผู้นำท้องถิ่น
ตัวเกมชื่อ Tenderloin Night Shift ให้ผู้เล่นยิงตัวละครที่ถูกเรียกว่า “ซอมบี้” โดยรายงานของสื่อท้องถิ่นระบุว่ามีตัวละครที่สื่อถึงผู้ใช้เฟนทานิลในสภาพมึนเมา และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยผิวดำรวมอยู่ด้วย ฝั่งผู้คัดค้านมองว่านี่ไม่ใช่แค่ความขบขันเชิงเทคโนโลยี แต่เป็นการลดทอนความเป็นมนุษย์ของผู้คนในย่านที่ยากจนที่สุดแห่งหนึ่งของเมือง โดยเฉพาะกลุ่มคนผิวดำและผิวสีน้ำตาล
เจนนิเฟอร์ ฟรีเดนบาค จากองค์กรรณรงค์เรื่องคนไร้บ้านในซานฟรานซิสโกให้ความเห็นว่าเกมนี้เท่ากับการนำความทุกข์ของผู้คนมาสร้างรายได้ และเป็นการทำให้ภาพการ “ฆ่าเล่น” กลายเป็นเรื่องบันเทิง เธอชี้ว่าปัญหาของเทนเดอร์ลอยล์ดไม่ควรถูกนำเสนออย่างไร้ความรับผิดชอบเช่นนี้ ขณะที่บิโฌต์ชี้แจงกับสื่อว่าเขาไม่ได้ตั้งใจจะชี้นำให้ยิงคนจริง หรือพรรณนาถึงการทำร้ายบุคคลใดโดยตรง และบอกด้วยว่าในเกมยังมีตัวละครที่เป็นคนทำงานสายเทคโนโลยีด้วย
ภายหลังเกมดังกล่าวดูเหมือนจะถูกถอดออกจากเว็บไซต์ของ NanoCorp แล้ว แต่กระแสวิจารณ์ยังคงดำเนินต่อไป หลายคนมองว่ากรณีนี้สะท้อนด้านมืดของวัฒนธรรมสร้างงานด้วย AI แบบเร็วและไร้การกลั่นกรอง ซึ่งอาจสร้างผลงานได้ภายในเวลาอันสั้น แต่กลับไม่คำนึงถึงบริบททางสังคม จริยธรรม และผลกระทบต่อผู้คนที่ถูกนำไปเป็นวัตถุดิบของความบันเทิง

