เมืองในเท็กซัสเรียกเก็บ 2.3 ล้านดอลลาร์แลกข้อมูลการใช้กล้อง Flock ของตำรวจ
กระแสต่อต้าน Flock ซึ่งเป็นระบบกล้องอ่านป้ายทะเบียนที่ใช้ในหลายเมืองทั่วสหรัฐฯ กำลังขยายตัว ขณะเดียวกันก็เริ่มมีข้อพิพาทเรื่องการเข้าถึงข้อมูลสาธารณะเกี่ยวกับวิธีที่หน่วยงานตำรวจใช้งานระบบดังกล่าว รวม…

กระแสต่อต้าน Flock ซึ่งเป็นระบบกล้องอ่านป้ายทะเบียนที่ใช้ในหลายเมืองทั่วสหรัฐฯ กำลังขยายตัว ขณะเดียวกันก็เริ่มมีข้อพิพาทเรื่องการเข้าถึงข้อมูลสาธารณะเกี่ยวกับวิธีที่หน่วยงานตำรวจใช้งานระบบดังกล่าว รวมถึงข้อครหาว่าอาจมีการใช้งานเกินขอบเขตหรือใช้อย่างไม่เหมาะสมในบางพื้นที่
รายงานจาก Texas Tribune ที่อ้างถึงเมือง North Richland Hills ชานเมืองฟอร์ตเวิร์ธ รัฐเท็กซัส ระบุว่าเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นเรียกเก็บเงินสูงถึง 2.3 ล้านดอลลาร์จากกลุ่มที่ยื่นคำร้องขอข้อมูลสาธารณะเกี่ยวกับ Flock โดยให้เหตุผลว่าการค้นหาข้อมูลจะต้องไล่ดูเอกสารและการสื่อสารราว 1 เทราไบต์ที่เกี่ยวข้องกับข้อผิดพลาด การใช้งานผิดวิธี และประสิทธิภาพของระบบ และอ้างว่าต้องใช้เวลาทำงานนานราว 14 ปีภายใต้ค่าแรงชั่วโมงละ 15 ดอลลาร์
คำขอดังกล่าวสะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้างของการเข้าถึงข้อมูลสาธารณะในยุคที่เครื่องมือเฝ้าระวังอัตโนมัติมีข้อมูลจำนวนมหาศาล แม้กฎหมายว่าด้วยข้อมูลสาธารณะจะมีไว้เพื่อให้ตรวจสอบการทำงานของรัฐได้ แต่ในทางปฏิบัติ หน่วยงานท้องถิ่นสามารถใช้การประเมินค่าใช้จ่ายในการค้นเอกสารเป็นอุปสรรคต่อการตรวจสอบได้ หากข้อมูลมีปริมาณมากหรือถูกกระจายอยู่หลายระบบ
Phil Mynona ผู้ยื่นคำร้องในนาม Texas Privacy Coalition มองว่าค่าธรรมเนียมดังกล่าว “เกินจริง” และมีเจตนาจะสกัดกั้นไม่ให้สาธารณชนเข้าถึงข้อมูลเกี่ยวกับการใช้ระบบ Flock เขาระบุว่าการตั้งราคาสูงระดับนี้ทำให้การตรวจสอบโดยภาคประชาชนและสื่อแทบเป็นไปไม่ได้
กรณีนี้เกิดขึ้นท่ามกลางแรงต้านที่เพิ่มขึ้นต่อเทคโนโลยีเฝ้าระวังเชิง AI และการอ่านป้ายทะเบียน ซึ่งถูกมองว่าช่วยงานตำรวจด้านสืบสวนได้ แต่ก็สร้างความกังวลเรื่องความเป็นส่วนตัว การเก็บข้อมูลจำนวนมากเกินจำเป็น และความโปร่งใสในการกำกับดูแล ประเด็นสำคัญจึงไม่ได้มีแค่การใช้เทคโนโลยี แต่รวมถึงสิทธิของประชาชนในการตรวจสอบว่าระบบเหล่านี้ถูกนำไปใช้อย่างไรด้วย


