รีวิว The Blood of Dawnwalker: RPG แวมไพร์โลกมืดที่ใช้เวลาจำกัดเป็นแกนหลัก
The Blood of Dawnwalker คือผลงานแนวแอ็กชัน RPG ฟอร์มใหญ่จาก Rebel Wolves ที่พาไปยังโรมาเนียยุคศตวรรษที่ 14 ในบรรยากาศหม่นหนัก เต็มไปด้วยความรุนแรงแบบแฟนตาซีเลือดสาดและการเมืองของเหล่าแวมไพร์ เกมวางตัว…

The Blood of Dawnwalker คือผลงานแนวแอ็กชัน RPG ฟอร์มใหญ่จาก Rebel Wolves ที่พาไปยังโรมาเนียยุคศตวรรษที่ 14 ในบรรยากาศหม่นหนัก เต็มไปด้วยความรุนแรงแบบแฟนตาซีเลือดสาดและการเมืองของเหล่าแวมไพร์ เกมวางตัวเองเป็นโลกที่ความโหดร้ายของศักดินาถูกแทนที่ด้วยอำนาจของพวก vrakhiri หรือแวมไพร์ชั้นสูง ซึ่งปกครองผู้คนอย่างเย็นชาและใช้ประชาชนเป็นแหล่งเลือด ในใจกลางเรื่องคือ Coen ชายชาวบ้านธรรมดาที่ต้องพยายามช่วยครอบครัวจากเงื้อมมือของผู้ปกครองใหม่ ก่อนจะกลายเป็น Dawnwalker ที่มีสองสภาพร่าง—กลางวันเป็นมนุษย์ ใช้ดาบและเวทมนตร์ได้บางส่วน กลางคืนเป็นแวมไพร์ที่ใช้พลังเหนือธรรมชาติได้เต็มที่
จุดเด่นของเกมอยู่ที่ระบบต่อสู้ซึ่งหยิบโครงแบบการอ่านทิศทางโจมตีคล้าย Kingdom Come: Deliverance มาปรับให้เข้าถึงง่ายขึ้นด้วยสัญลักษณ์บอกท่าศัตรู ทำให้ผู้เล่นรับมือศัตรูได้ชัดเจนขึ้นโดยไม่เสียความตึงมือของการปะทะ Coen ยังมีพลังพิเศษจำนวนมาก ทั้งการพุ่งไปดูดเลือด ศัตรู การสร้างฝูงอีกาดูดวิญญาณ การทำให้คู่ต่อสู้ชะงัก หรือแม้แต่การครอบงำศัตรูเพื่อดึงมาเป็นพวก พลังเหล่านี้ผสมกับการใช้ดาบได้อย่างลื่นไหล และทำให้การเผชิญหน้ากับทั้งมนุษย์และอสูรน่าลองสู้มากกว่าหลีกเลี่ยง แม้ระบบล็อกเป้าจะยังมีจังหวะสะดุดอยู่บ้าง
อีกแกนสำคัญคือระบบเวลาแบบเร่งด่วน เกมแบ่งแต่ละวันเป็น 16 หน่วยเวลา และแทบทุกกิจกรรมจะกินเวลาไปหนึ่งหรือหลายหน่วย ขณะเดียวกันเส้นเรื่องก็กดดันด้วยเดดไลน์ชัดเจน: ก่อนพิธีราชาภิเษกของ Brencis ที่จะเกิดใน 30 วัน ผู้เล่นต้องหาทางช่วยครอบครัวให้ได้ ระบบนี้ทำให้การวางแผนมีความหมายมากขึ้น เพราะผู้เล่นต้องตัดสินใจว่าจะไล่จัดการขุนศึกของศัตรู จะช่วยตัวละครรอง หรือจะใช้เวลาไปฝึกทักษะและหาซื้อหนังสือความรู้ก่อนดี
รีวิวมองว่ากลไกเวลาเป็นสิ่งที่ยึดทุกอย่างในเกมไว้เข้าด้วยกัน แม้โครงสร้างจะชวนให้นึกถึงเกมอย่าง Persona หรือ Majora’s Mask แต่ที่นี่ถูกปรับให้เหมาะกับเกมแอ็กชัน RPG มากกว่า เพราะผู้เล่นจะรู้ล่วงหน้าว่ากิจกรรมไหนกินเวลา และสามารถวางแผนล่วงหน้าได้โดยไม่รู้สึกว่าถูกลงโทษแบบไม่เป็นธรรม อีกทั้งระบบเวลาก็ไม่ได้เร่งจนเล่นลำบากเกินไปในทางปฏิบัติ ทำให้ความกดดันในช่วงแรกค่อยๆ คลายเมื่อผู้เล่นเริ่มแข็งแกร่งขึ้น
อย่างไรก็ตาม บทวิจารณ์ยังชี้ว่าเกมมีโทนรุนแรงและสิ้นหวังมากจนบางครั้งออกแนวขำมืดโดยไม่ตั้งใจ ฉากสยดสยองหลายจุดถูกยกระดับด้วยจินตนาการแบบสยองขวัญสุดโต่ง ตั้งแต่การสังหารหมู่ในหมู่บ้านไปจนถึงการทรมานร่างเหยื่อในถ้ำ แต่น้ำเสียงที่หนักหน่วงนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งของตัวตนเกม และช่วยให้โลกของมันมีเอกลักษณ์ชัดเจน
โดยภาพรวม The Blood of Dawnwalker ถูกมองว่าเป็นหนึ่งในแอ็กชัน RPG ระดับบล็อกบัสเตอร์ที่ดีที่สุดในรอบหลายปี ด้วยการรวมระบบต่อสู้ที่สนุก พลังแวมไพร์ที่หลากหลาย และโครงสร้างเวลาเชิงกลยุทธ์เข้าด้วยกันอย่างน่าสนใจ แม้จะมีจุดที่ยังไม่คมกริบ เช่น การล็อกเป้าหรือความง่ายในบางช่วง แต่ภาพรวมถือว่าเป็นเกมที่ทะเยอทะยาน มีบุคลิกจัด และน่าจับตาอย่างมากสำหรับแฟนเกม RPG ที่ชอบบรรยากาศดาร์กแฟนตาซีเข้มข้น


