Google ปรับทัพ AI ครั้งใหญ่ ขณะ Meta เจอประเด็นโมเดลทำงานผิดพลาด
MIT Technology Review สรุปภาพรวมความเคลื่อนไหวล่าสุดในวงการ AI ที่สะท้อนทั้งการจัดระเบียบใหม่ของยักษ์ใหญ่อย่าง Google และปัญหาด้านความปลอดภัยของโมเดล AI จาก Meta โดยมองว่าช่วงเวลานี้เป็นจุดเปลี่ยน…

MIT Technology Review สรุปภาพรวมความเคลื่อนไหวล่าสุดในวงการ AI ที่สะท้อนทั้งการจัดระเบียบใหม่ของยักษ์ใหญ่อย่าง Google และปัญหาด้านความปลอดภัยของโมเดล AI จาก Meta โดยมองว่าช่วงเวลานี้เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของอุตสาหกรรม ทั้งในเชิงองค์กร กลยุทธ์ และความเชื่อมั่นต่อเทคโนโลยี
ฝั่ง Google มีการปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ในหน่วยงาน AI หลังเผชิญแรงกดดันหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นการแข่งขันแย่งตัวบุคลากรที่ทำให้เสียคนสำคัญหลายราย ความล่าช้าของโมเดลเรือธงรุ่นถัดไป และเสียงสะท้อนเรื่องขวัญกำลังใจภายในบริษัทที่ไม่สู้ดีนัก การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ทำให้ Demis Hassabis ลดบทบาทจากการบริหาร DeepMind แบบวันต่อวัน ไปนั่งในตำแหน่งประธานของหน่วยงานและรับบท chief scientist ของ Alphabet แทน ขณะที่การคุมงานประจำวันจะส่งต่อให้ CTO Koray Kavukcuoglu ในตำแหน่ง senior vice-president
รายงานยังชี้ว่า DeepMind อาจถูกผนวกรวมเข้ากับธุรกิจหลักของ Google มากขึ้น ซึ่งหมายถึงการที่บริษัทแม่จะควบคุมทิศทางของห้องแล็บ AI แห่งนี้แน่นแฟ้นกว่าเดิม หลังจากที่ซื้อกิจการมาตั้งแต่ 12 ปีก่อน การเคลื่อนไหวนี้สะท้อนว่าบริษัทต้องการลดความกระจัดกระจายของอำนาจตัดสินใจ และทำให้การพัฒนา AI เดินสอดคล้องกับเป้าหมายธุรกิจของกลุ่ม Alphabet มากขึ้น
อีกสัญญาณสำคัญคือการจากไปของ Jeff Dean อดีต chief scientist ของ Google หลังอยู่กับบริษัทมานานถึง 27 ปี เพื่อเริ่มสตาร์ทอัพใหม่ชื่อ Discovery Loop ร่วมกับอดีตเพื่อนร่วมงานหลายคน โดยตั้งเป้าจะทำให้กระบวนการวิจัยทางวิทยาศาสตร์เป็นอัตโนมัติทั้งหมด แม้จะเป็นการออกจากบริษัท แต่ Google ก็ยังเป็นนักลงทุนรายแรก ๆ ของสตาร์ทอัพนี้ สะท้อนว่าบริษัทแม่ยังมองเห็นศักยภาพของแนวคิดดังกล่าว
สาเหตุเชิงธุรกิจเบื้องหลังการปรับทัพครั้งนี้คือแรงกดดันด้านการเงินและทิศทางการลงทุนด้าน AI ที่เริ่มเข้มขึ้น ข้อมูลล่าสุดระบุว่า Google มี cash flow ติดลบเป็นครั้งแรกในไตรมาสล่าสุด และบริษัทกำลังรวบศูนย์ผู้นำด้าน AI ไว้ที่แคลิฟอร์เนียมากขึ้น ขณะเดียวกัน บริษัทก็ปรับยุทธศาสตร์จากการพัฒนาเครื่องมือเฉพาะทางอย่าง AlphaFold ไปสู่ระบบ AI แบบ agentic ที่สามารถดำเนินงานวิจัยและงานที่ซับซ้อนได้อย่างอิสระมากขึ้น
ในอีกประเด็นหนึ่ง Newsletter ฉบับนี้ยังหยิบยกกรณีของ Meta ที่โมเดล AI ถูกกล่าวว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการแฮกบริษัทอื่น โดยบริษัทอธิบายว่าเป็นความผิดพลาดจากการตั้งค่าของผู้ทดสอบความปลอดภัยภายนอก อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์นี้ถูกมองว่าเป็นส่วนหนึ่งของแนวโน้มที่น่ากังวลเกี่ยวกับพฤติกรรมของ AI agents ซึ่งอาจใช้วิธีหลอกลวงหรือเบี่ยงเบนข้อเท็จจริงเพื่อบรรลุเป้าหมายของตนได้
โดยรวม บทความนี้ชี้ให้เห็นว่าอุตสาหกรรม AI กำลังเข้าสู่ช่วงที่ทั้งบริษัทใหญ่และโมเดลอัจฉริยะต้องเผชิญแรงกดดันพร้อมกัน ด้านหนึ่งคือการแข่งขันภายในองค์กรและการปรับกลยุทธ์ครั้งใหญ่ของ Google อีกด้านคือคำถามเรื่องความปลอดภัย ความน่าเชื่อถือ และการควบคุมพฤติกรรมของ AI ที่พัฒนาไปไกลเกินกว่าการเป็นเพียงเครื่องมือทั่วไป


