เอกสารศาลเผยผู้บริหาร Microsoft เตือน AI อาจทำลายเว็บจากภายใน
เอกสารคดีลิขสิทธิ์ที่เพิ่งถูกเปิดเผยใหม่จากคดีที่ New York Times ฟ้อง OpenAI และ Microsoft ทำให้เห็นความกังวลภายในของผู้บริหารระดับสูงต่อผลกระทบของระบบ AI ต่อสื่อออนไลน์และระบบนิเวศของเว็บ โดยเฉพาะคำ…

เอกสารคดีลิขสิทธิ์ที่เพิ่งถูกเปิดเผยใหม่จากคดีที่ New York Times ฟ้อง OpenAI และ Microsoft ทำให้เห็นความกังวลภายในของผู้บริหารระดับสูงต่อผลกระทบของระบบ AI ต่อสื่อออนไลน์และระบบนิเวศของเว็บ โดยเฉพาะคำเตือนจาก Brent Hecht ผู้อำนวยการด้านวิทยาศาสตร์ประยุกต์ของ Microsoft ที่ระบุว่าเครื่องตอบคำถามของ Copilot อาจทำลายประสิทธิภาพของทั้งโมเดล AI และเว็บโดยรวมไปพร้อมกัน
ในเอกสารดังกล่าว Microsoft ยกข้อมูลภายในที่ชี้ว่าเมื่อผู้ใช้เห็นคำตอบจาก AI แทนที่จะคลิกเข้าไปยังต้นฉบับ อัตราการคลิกไปยังผลค้นหาของ The New York Times ลดลงอย่างรุนแรงในช่วง 87% ถึง 93% เมื่อเทียบกับการค้นหาผ่าน Bing แบบปกติ ขณะที่โดเมนของ Ziff Davis ซึ่งเป็นเจ้าของสื่ออย่าง Eurogamer และ IGN ก็พบอัตราการคลิกลดลงราว 51% ถึง 94% ตัวเลขเหล่านี้ถูกนำมาใช้เพื่อสะท้อนว่า AI search อาจดึงมูลค่าทางเศรษฐกิจออกจากผู้ผลิตเนื้อหาเดิมอย่างมาก
Hecht เรียกปรากฏการณ์นี้ว่าเป็น “doom loop” หรือวงจรอุบาทว์ ที่ AI นำงานเขียนของมนุษย์ไปใช้เป็นวัตถุดิบเพื่อสร้างคำตอบที่เข้าถึงได้ง่ายกว่าเดิม จนท้ายที่สุดทำลายแรงจูงใจทางธุรกิจของแหล่งข้อมูลต้นทาง เขาเขียนด้วยว่านี่เป็นสถานการณ์ที่ “ไม่ปกติอย่างยิ่ง” เพราะสินค้าปลายทางกลับคุกคามรากฐานทางเศรษฐกิจของซัพพลายเออร์ที่จำเป็นต่อการมีอยู่ของมันเอง
เอกสารยังเผยอีกว่าในฝั่ง OpenAI มีการพูดคุยถึงวิธีเลี่ยงเพย์วอลล์ของ New York Times เพื่อดึงข้อมูลบทความไปฝึกโมเดล โดย Nick Ryder นักวิจัยของ OpenAI แจ้ง Greg Brockman ประธานบริษัทเกี่ยวกับ “hack to get around nytimes paywall” และได้รับคำตอบว่า “ah nice” ขณะเดียวกันเอกสารภายในของ OpenAI ยังสะท้อนมุมมองว่าระบบ LLM ทำงานได้ดีมากกับงานข่าวสาร
คำให้การของ Satya Nadella ซีอีโอ Microsoft ที่ระบุว่า หากทราบว่า OpenAI ใช้ข้อมูลที่มีเพย์วอลล์ในการฝึกโมเดล เขาจะสั่งให้มีการฝึกใหม่ ยิ่งทำให้ประเด็นเรื่องแหล่งข้อมูล การยินยอม และขอบเขตการใช้ข้อมูลภายใต้หลัก fair use ถูกยกขึ้นมาอย่างเข้มข้นมากขึ้น คดีนี้จึงไม่ใช่แค่ข้อพิพาทด้านลิขสิทธิ์ แต่ยังเป็นภาพสะท้อนแรงเสียดทานระหว่างอุตสาหกรรม AI กับธุรกิจสื่อที่ต้องพึ่งพาทราฟฟิกและรายได้จากเนื้อหาต้นฉบับ

