ผู้กำกับ The Last of Us มองเกม AAA ยุคใหม่ “น่าเบื่อ” และไม่ตื่นเต้นกับเกมเพลย์ God of War ภาคล่าสุด

บรูซ สไตรลีย์ อดีตผู้กำกับเกม The Last of Us และซีรีส์ Uncharted ให้ความเห็นว่าภาพรวมของเกมระดับ AAA ในปัจจุบันกำลังกลายเป็นสิ่งที่เขารู้สึกว่า “น่าเบื่อ” เพราะเห็นว่าหลายโปรเจ็กต์ขาดความกล้าในการทดลองไอเดียใหม่ ๆ แม้งานด้านภาพ กราฟิก และความประณีตในการผลิตจะน่าทึ่งก็ตาม
สไตรลีย์ยก God of War: Ragnarök หรือภาคล่าสุดในซีรีส์ God of War เป็นตัวอย่างของเกมที่ทำได้ยอดเยี่ยมในเชิงงานสร้าง แต่เขามองว่าตัวเกมเพลย์เองยังไม่สร้างความตื่นเต้นให้เขามากนัก เขาย้ำว่าความเห็นนี้ไม่ใช่การโจมตีทีมพัฒนา แต่เป็นภาพสะท้อนของปัญหาในวงกว้างของอุตสาหกรรมเกม AAA ที่มุ่งผลิตผลงานคุณภาพสูงแต่กลับมีพื้นที่ให้ความเสี่ยงหรือความแปลกใหม่ค่อนข้างน้อย
บทความชี้ให้เห็นความย้อนแย้งที่น่าสนใจ เพราะผลงานเก่าของสไตรลีย์อย่าง Uncharted และ The Last of Us เองก็เป็นต้นแบบสำคัญของเกมแอ็กชันมุมมองบุคคลที่สามแบบภาพยนตร์ ซึ่งส่งอิทธิพลต่อเกมยุคใหม่จำนวนมาก รวมถึงแนวทางของ PlayStation และ God of War เวอร์ชันรีบูตด้วย ทำให้คำวิจารณ์ของเขาถูกมองได้ทั้งในฐานะเสียงจากคนในวงการ และในฐานะมุมมองจากผู้มีส่วนผลักดันมาตรฐานของเกม AAA เอง
เนื้อหายังระบุว่าสไตรลีย์ลาออกจาก Naughty Dog หลังจบ Uncharted 4 และออกจากการทำงานที่มีความกดดันสูงในสตูดิโอใหญ่เพราะภาวะหมดไฟจากกระบวนการผลิตเกม AAA ที่เข้มข้น ปัจจุบันเขาหันไปทำงานกับเกมขนาดเล็กลงที่สตูดิโอ Wildflower Interactive ซึ่งสะท้อนการเปลี่ยนทิศทางจากงานบล็อกบัสเตอร์ไปสู่การสร้างสรรค์ที่อาจมีอิสระและความยืดหยุ่นมากกว่า
สไตรลีย์เพิ่งประกาศโปรเจ็กต์แรกของ Wildflower Interactive ในงาน The Game Awards 2025 ในชื่อ Coven of the Chicken Foot ซึ่งดูเหมือนจะเป็นงานที่แตกต่างจากผลงานเดิมของเขาอย่างชัดเจน และยังไม่มีการประกาศวันวางจำหน่าย บทสัมภาษณ์นี้จึงไม่เพียงเป็นความเห็นต่อเกม AAA ในปัจจุบัน แต่ยังสะท้อนแรงเสียดทานระหว่างคุณค่าด้านงานสร้างระดับสูงกับความต้องการนวัตกรรมในวงการเกมสมัยใหม่ด้วย


