Miskatonic Tales: Journey to Innsmouth เกมบอร์ดเล่าเรื่องแบบ RPG ไร้ผู้คุมเกม
Miskatonic Tales: Journey to Innsmouth เป็นบอร์ดเกมธีมลึกลับสยองขวัญจากจักรวาลของ H. P. Lovecraft ที่พยายามแตกต่างจากเกมแนวนี้ส่วนใหญ่ โดยวางตัวเองเป็นเกมเล่าเรื่องมากกว่าเกมวางแผนเชิงกลยุทธ์ และมี…

Miskatonic Tales: Journey to Innsmouth เป็นบอร์ดเกมธีมลึกลับสยองขวัญจากจักรวาลของ H. P. Lovecraft ที่พยายามแตกต่างจากเกมแนวนี้ส่วนใหญ่ โดยวางตัวเองเป็นเกมเล่าเรื่องมากกว่าเกมวางแผนเชิงกลยุทธ์ และมีลักษณะใกล้กับการเล่นเกมสวมบทบาทแบบมีการ์ดและบทบรรยาย แต่ไม่มี Game Master คอยดำเนินเรื่องให้
สิ่งที่เด่นตั้งแต่แรกคือคอนเทนต์ในกล่องที่ค่อนข้างอัดแน่น เกมมาพร้อมหนังสือแบบสันห่วงขนาดใหญ่ 3 เล่มซึ่งใช้เปิดอ่านข้อความบรรยายระหว่างเล่น ทำให้เกมมีความเป็น “หนังสือผจญภัย” สูง ขณะเดียวกันก็มีการ์ดจำนวนมากสำหรับแผนที่ ฉากเหตุการณ์ ตัวละคร สถานะผิดปกติ และสกิลต่าง ๆ รวมถึงโทเคนประกอบอีกจำนวนมาก งานด้านภาพโดยรวมเน้นการใช้งานชัดเจนมากกว่าความหรูหรา แต่ภาพประกอบของฉากและตัวละครช่วยสร้างบรรยากาศได้น่าสนใจ
ในด้านระบบเล่น กลุ่มผู้เล่นจะเลือกทำภารกิจทีละชุดและค่อย ๆ สำรวจพื้นที่จากการอ่านข้อความตามสถานการณ์ในหนังสือ เมื่อเข้าสู่สถานที่ใหม่หรือทำแอ็กชันบางอย่าง เกมจะเปิดทางเลือกให้เลือกทำหลายแบบ โดยส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับการทิ้งการ์ดสกิลหรือทอยเช็กค่าสกิลผ่านชุดกลไกที่ใช้ไพ่และลูกเต๋าร่วมกัน ความสำเร็จไม่ได้มาจากการคำนวณอย่างละเอียดมากนัก แต่ขึ้นอยู่กับการบริหารความเสี่ยง การใช้ทรัพยากร และการตัดสินใจว่าจะยอมเสียการ์ดหรือใช้พลังพิเศษเมื่อใด
เกมยังผูกแรงกดดันด้วยแทร็กเหตุการณ์หลายแบบ เช่น เวลา ความสยอง หรือสัญลักษณ์น่ากลัวที่ปรากฏจากการทอยลูกเต๋า เมื่อตัวชี้เหล่านี้เดินไปถึงจุดหนึ่ง ก็จะบังคับให้ผู้เล่นอ่านข้อความเหตุการณ์ใหม่ในหนังสือ ส่งผลให้เรื่องราวคืบหน้าและมักพาไปสู่ผลเสียมากกว่าผลดี ระบบนี้ช่วยให้การผจญภัยดูมีจังหวะและไม่หยุดนิ่ง แต่ก็ทำให้ผู้เล่นต้องรีบตัดสินใจและมีความกดดันตลอดเกม
จุดแข็งของเกมอยู่ที่จำนวนทางเลือกในการสำรวจที่ค่อนข้างมาก ผู้เล่นมักรู้สึกว่ามีอะไรให้ลองทำอยู่เสมอ และการเล่นซ้ำในรอบถัดไปอาจนำไปสู่เส้นทางที่ต่างออกไปตามการตัดสินใจก่อนหน้า เกมยังมีระบบคีย์เวิร์ดที่ช่วยบันทึกผลลัพธ์จากการเล่นเดิมไว้ใช้ในสถานการณ์ต่อไป ทำให้แคมเปญมีความต่อเนื่องและเปิดทางให้การเล่าเรื่องเปลี่ยนไปตามประวัติของผู้เล่น
อย่างไรก็ตาม บทวิจารณ์ชี้ว่าเกมไม่ได้ให้ข้อมูลมากพอที่จะวางแผนอย่างมีนัยสำคัญ หลายการตัดสินใจเกิดขึ้นในสภาพมืดบอด และผู้เล่นแทบเดาไม่ได้ว่าตัวเลือกไหนจะนำไปสู่อะไร จึงทำให้ความลึกเชิงกลยุทธ์มีไม่มาก แม้แต่การต่อสู้ก็มีทางเลือกค่อนข้างจำกัด เพราะสุดท้ายแล้วก็ยังพึ่งการทอยเช็กสกิลแบบเดียวกับส่วนอื่นของเกมเป็นหลัก
ภาพรวมจึงเป็นเกมที่เน้นบรรยากาศ การเล่าเรื่อง และการสำรวจ มากกว่าการคำนวณหรือแท็กติกแบบบอร์ดเกมคลาสสิก เหมาะกับคนที่อยากได้ประสบการณ์ Lovecraftian แบบโต๊ะเล่นร่วมกันที่มีเนื้อเรื่องเข้มข้นและองค์ประกอบคล้าย RPG มากกว่าจะมองหาเกมแข่งขันเชิงกลยุทธ์เต็มรูปแบบ ข้อจำกัดสำคัญคือเวลาเล่นค่อนข้างยาว และการอ่านข้อความจำนวนมากอาจทำให้รอบเกมยืดออกไป แต่ข้อดีก็คือความยาวและความไม่แน่นอนนั้นช่วยเพิ่มความรู้สึกของการผจญภัยในโลกสยองขวัญได้ไม่น้อย


