Framework 12 รุ่นใหม่อัปเกรดชิป Intel ยืดแบตฯ ใช้งานได้นานขึ้น

Framework เปิดตัว Framework 12 รุ่นอัปเดต โดยจุดเปลี่ยนสำคัญคือการเปลี่ยนไปใช้ชิป Intel Wildcat Lake หรือ Core Series 3 แทน Raptor Lake-U รุ่นเดิม ขณะที่ยังคงใช้แบตเตอรี่ความจุ 50Wh เท่าเดิม บริษัทระบุว่าการเปลี่ยนชิปทำให้โน้ตบุ๊กมีอายุการใช้งานต่อการชาร์จยาวขึ้นอย่างชัดเจน จนกลายเป็นจุดขายหลักของรุ่นนี้
Framework 12 เป็นโน้ตบุ๊กแบบ 2-in-1 ที่เน้นการใช้งานเบา ๆ เช่น เรียน งานเอกสาร และงานทั่วไปมากกว่าจะใช้ทำงานหนัก รุ่นใหม่ยังคงวางตัวเป็นอุปกรณ์ระดับเริ่มต้น และผู้ซื้อแบบ pre-order จะได้เลือกซีพียู Wildcat Lake หลายระดับ ตั้งแต่ Core 3 304 ไปจนถึง Core 7 350 โดยราคาตั้งต้นเริ่มราว 549 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ 549 ปอนด์ และจะบวกเพิ่มตามสเปกหน่วยความจำและสตอเรจในชุด DIY
แม้ชิปชุดนี้จะไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อประสิทธิภาพสูงหรือการเล่นเกมหนัก ๆ แต่ก็เหมาะกับการใช้งานในชีวิตประจำวัน โดยรุ่นท็อปยังมีกราฟิก Xe เพียง 2 คอร์ ซึ่งสะท้อนว่าตัวเครื่องยังคงเน้นประหยัดพลังงานมากกว่าพลังประมวลผล อย่างไรก็ตาม Framework อ้างว่าการปรับมาใช้ Wildcat Lake ช่วยเพิ่มชั่วโมงใช้งานได้ถึง 57% เมื่อท่องเว็บ และสูงถึง 70% เมื่อสตรีม Netflix ซึ่งถือว่าเพิ่มขึ้นมากเมื่อเทียบกับแบตเตอรี่ขนาดเดิม
นอกเหนือจากเรื่องชิปและแบตเตอรี่แล้ว รุ่นใหม่นี้ยังได้อัปเกรดฟีเจอร์อื่น ๆ เช่น Wi‑Fi 7 คีย์บอร์ดมีไฟ Thunderbolt 4 เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ และ Fedora Linux ที่ติดตั้งมาให้จากโรงงาน ทำให้ผู้ใช้สามารถเปิดเครื่องแล้วใช้งานได้ทันทีโดยไม่ต้องตั้งค่าระบบปฏิบัติการเอง
โดยรวมแล้ว Framework 12 รุ่นใหม่นี้ไม่ได้เปลี่ยนแนวทางของตัวเครื่องมากนัก เพราะยังคงเป็นโน้ตบุ๊กทรานส์ฟอร์มเมอร์แบบสัมผัสได้และพิมพ์ได้เหมือนเดิม แต่การย้ายไปใช้ชิปประหยัดพลังงานรุ่นใหม่ทำให้มันน่าสนใจขึ้นสำหรับผู้ที่ต้องการเครื่องพกพาขนาดเล็ก ใช้งานพื้นฐาน และให้แบตเตอรี่อึดกว่าเดิมอย่างชัดเจน

