PS5 ถูกเจาะได้กว้างขึ้น หลังพบช่องโหว่ Relapse ใช้ได้ถึงเฟิร์มแวร์ 13.6
วงการแฮ็ก PlayStation 5 ได้ก้าวสำคัญอีกครั้ง หลังมีการปล่อยช่องโหว่ใหม่ชื่อ Relapse ที่ทำให้การเจลเบรกเครื่อง PS5 ใช้งานได้กับเฟิร์มแวร์ได้กว้างกว่าที่เคยเป็นมา ก่อนหน้านี้การเจาะระบบลักษณะนี้มักจำกัด…

วงการแฮ็ก PlayStation 5 ได้ก้าวสำคัญอีกครั้ง หลังมีการปล่อยช่องโหว่ใหม่ชื่อ Relapse ที่ทำให้การเจลเบรกเครื่อง PS5 ใช้งานได้กับเฟิร์มแวร์ได้กว้างกว่าที่เคยเป็นมา ก่อนหน้านี้การเจาะระบบลักษณะนี้มักจำกัดอยู่แค่เครื่องที่ไม่ได้อัปเดตมานาน ทำให้มีประโยชน์เฉพาะผู้ใช้จำนวนน้อย แต่ช่องโหว่ล่าสุดเปิดทางให้เครื่องที่ยังอยู่บนเฟิร์มแวร์ไม่เกินเวอร์ชัน 13.6 สามารถถูกเจลเบรกได้ ซึ่งหมายถึง PS5 จำนวนมากที่ไม่ได้อัปเดตถึงเวอร์ชัน 14.00.00 ยังมีโอกาสใช้งานวิธีนี้ได้
Relapse อาศัยจุดอ่อน WebKit ที่รู้จักกันมานานในเบราว์เซอร์ของ PS5 ซึ่งเข้าถึงได้ยาก จากนั้นจึงไต่ระดับสิทธิ์ต่อไปจนได้สิทธิ์เขียนเข้า kernel ของระบบ และติดตั้ง ELF loader เพื่อช่วยให้รันโค้ดที่ต้องการได้สะดวกขึ้น แนวทางนี้สะท้อนว่าการโจมตีไม่ได้มุ่งแค่การเข้าใช้งานเบราว์เซอร์ แต่เป็นการขยายสิทธิ์ลึกถึงระดับระบบปฏิบัติการของคอนโซล
อีกจุดที่ทำให้ช่องโหว่นี้โดดเด่นคือประสิทธิภาพที่ดีขึ้นมากเมื่อเทียบกับวิธีเจลเบรกก่อนหน้า ซึ่งบางครั้งต้องปล่อยให้เครื่องค้างหรือทำงานนานถึงประมาณ 50 นาทีต่อความพยายามหนึ่งครั้ง การที่ Relapse ใช้เวลาน้อยลงและเสถียรกว่า ทำให้มันน่าสนใจต่อชุมชนสายวิจัยและผู้ใช้งานที่ติดตามการปลดล็อกคอนโซลอย่างใกล้ชิด
อย่างไรก็ดี ข่าวนี้เป็นเรื่องของความสามารถในการเจลเบรกและการวิจัยช่องโหว่ ไม่ได้หมายความว่าเครื่องที่รองรับทั้งหมดจะถูกปลดล็อกอัตโนมัติหรือปลอดความเสี่ยง การอัปเดตเฟิร์มแวร์ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญ เพราะเครื่องที่อัปเดตไปยังเวอร์ชันใหม่กว่าจะอยู่นอกขอบเขตของช่องโหว่นี้แล้ว


