MIT ชี้ความเสี่ยงอาวุธชีวภาพที่ขับเคลื่อนด้วย AI เป็นสัญญาณเตือนใหญ่ต่อวงการไบโอเทค
บทความของ MIT Technology Review ชี้ว่า ความกังวลต่อความเสี่ยงจาก AI ไม่ได้จำกัดอยู่แค่เรื่องความผิดพลาดของโมเดลหรือผลกระทบต่อแรงงาน แต่ลามไปถึงความเป็นไปได้ที่เครื่องมือ AI จะช่วยให้การออกแบบหรือ…

บทความของ MIT Technology Review ชี้ว่า ความกังวลต่อความเสี่ยงจาก AI ไม่ได้จำกัดอยู่แค่เรื่องความผิดพลาดของโมเดลหรือผลกระทบต่อแรงงาน แต่ลามไปถึงความเป็นไปได้ที่เครื่องมือ AI จะช่วยให้การออกแบบหรือดัดแปลงเชื้อโรคและสารพิษอันตรายทำได้ง่ายขึ้น จนกลายเป็นภัยด้านชีวภาพในระดับที่ต้องจับตาอย่างจริงจัง กระแสนี้ยิ่งเด่นชัดหลังผู้บริหารและนักวิจัย AI ชั้นนำออกมาพูดเองว่าเทคโนโลยีที่พวกเขาสร้างอาจมีความเสี่ยงร้ายแรงต่อมนุษยชาติและควรถูกชะลอการพัฒนาในบางด้าน
เนื้อหายกตัวอย่างงานวิจัยในปี 2022 ที่แสดงให้เห็นว่าโมเดลสร้างโมเลกุลซึ่งเดิมตั้งใจใช้เพื่อค้นหายา สามารถถูกใช้ย้อนกลับไปออกแบบสารเคมีที่มีศักยภาพเป็นอาวุธเคมีได้จำนวนมากในเวลาไม่นาน ประเด็นนี้ทำให้นักวิชาการด้านจริยธรรมชีวการแพทย์และผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงชีวภาพมองว่า AI ได้ลดอุปสรรคในการเข้าถึงความรู้และเครื่องมือที่เคยต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญจำนวนมากลงอย่างมาก โดยเฉพาะเมื่อรวมกับความก้าวหน้าของ gene editing, synthetic biology และกระแส DIY biology ที่ทำให้การตั้งแล็บหรือทำงานทดลองบางอย่างเข้าถึงได้ง่ายขึ้น
ผู้เชี่ยวชาญที่ถูกอ้างถึงในบทความอธิบายว่า ปัจจุบันแชตบอตและโมเดลภาษาขนาดใหญ่สามารถตอบคำถามวิทยาศาสตร์ได้กว้างมาก รวมถึงให้คำแนะนำเชิงเทคนิคหรือสื่อการสอนการทดลองในรูปแบบที่อาจถูกนำไปใช้ในทางที่ผิดได้ ขณะเดียวกัน บริษัท AI และนักวิจัยก็พยายามใส่ระบบป้องกัน เช่น การคัดกรองคำถาม การจำกัดข้อมูลอ่อนไหว และการประเมินความเสี่ยงแบบ red-teaming และ blue-teaming แต่ทั้งหมดนี้ยังไม่ใช่เกราะที่รัดกุมพอ เพราะ AI เองก็มีศักยภาพที่จะหาช่องโหว่ของระบบป้องกันได้เช่นกัน
บทความระบุว่า Anthropic เองยอมรับว่ามีผู้พยายามใช้โมเดลของบริษัทเพื่อสำรวจแนวทางทำให้ไวรัสชิคุนกุนยามีการแพร่กระจายมากขึ้น สร้างไข้หวัดนกให้รุนแรงขึ้น และรวบรวมข้อมูลพิษจากสัตว์พิษในรูปแบบฐานข้อมูลเพื่อใช้ในทางอันตราย เหตุการณ์เหล่านี้สะท้อนว่าความเสี่ยงไม่ได้เป็นเพียงสมมุติฐานเชิงทฤษฎี แต่มีการทดลองใช้จริงจากผู้ไม่หวังดีแล้ว ทำให้บางฝ่ายในวงการมองว่าอุตสาหกรรม AI และไบโอเทคจำเป็นต้องลงทุนด้านการเฝ้าระวังและระบบคัดกรองให้เข้มข้นกว่าที่เป็นอยู่
อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่นักวิทยาศาสตร์ทุกคนจะเห็นตรงกันว่าภัยคุกคามนี้ใกล้ตัวในระดับเดียวกัน ผู้เชี่ยวชาญบางรายชี้ว่า AI ปัจจุบันยังไม่เก่งพอที่จะสร้างอาวุธชีวภาพที่ใช้งานได้จริงอย่างครบวงจร เพราะการพัฒนาเชื้อโรคหรือการทดสอบให้ได้ผลยังต้องพึ่งงานภาคปฏิบัติที่ซับซ้อน ใช้เวลา และเสี่ยงสูง ขณะที่บางคนเตือนว่าภัยระบาดในวันนี้ยังมาจากเชื้อโรคที่หมุนเวียนอยู่แล้วมากกว่า เช่น ไข้หวัดนก H5N1 ที่แพร่ในสัตว์หลายชนิดและกลายเป็นประเด็นเฝ้าระวังสำคัญด้านสาธารณสุข
บทสรุปของบทความคือ ถึงจะยังถกเถียงกันได้ว่า AI-enabled bioweapons เป็นภัยที่ใกล้แค่ไหน แต่ความเป็นไปได้นี้ถือเป็นสัญญาณเตือนสำคัญต่อแวดวงไบโอเทคและผู้กำหนดนโยบาย ประเทศและสถาบันต่าง ๆ ควรเร่งเสริมความพร้อมด้านสาธารณสุข พัฒนายาแก้พิษและมาตรการรับมือเชื้ออันตราย รวมถึงวางระบบกำกับดูแลที่คิดล่วงหน้าเป็นปี ๆ ไม่ใช่รอจนเกิดเหตุแล้วค่อยแก้ไข เพราะเมื่อเครื่องมืออัจฉริยะกลายเป็นตัวเร่งศักยภาพของผู้ไม่หวังดี การตั้งรับจึงต้องเร็วและเข้มกว่าที่เคย


