Street Fighter ฉบับหนังพลาดบทเรียนสำคัญที่ Mortal Kombat เคยเจอมาก่อน
บทความวิจารณ์หนัง Street Fighter ฉบับใหม่โดยชี้ว่าจุดอ่อนใหญ่ที่สุดไม่ใช่แค่งานสร้างหรือการแสดง แต่คือการวางโครงเรื่องที่หลีกเลี่ยงสิ่งซึ่งควรเป็นหัวใจของแฟรนไชส์ นั่นคือ “ทัวร์นาเมนต์การต่อสู้” แม้…

บทความวิจารณ์หนัง Street Fighter ฉบับใหม่โดยชี้ว่าจุดอ่อนใหญ่ที่สุดไม่ใช่แค่งานสร้างหรือการแสดง แต่คือการวางโครงเรื่องที่หลีกเลี่ยงสิ่งซึ่งควรเป็นหัวใจของแฟรนไชส์ นั่นคือ “ทัวร์นาเมนต์การต่อสู้” แม้ภาพยนตร์จะมีการแข่งขัน World Warrior อยู่ในเรื่อง แต่กลับทำให้มันเป็นเพียงองค์ประกอบประกอบฉาก ไม่ใช่แกนหลักของเรื่องราว ส่งผลให้หนังขาดแรงขับทางดราม่าและไม่สามารถสร้างความรู้สึกเดิมพันได้อย่างที่ควรจะเป็นสำหรับเรื่องราวแบบ Street Fighter
ผู้เขียนอธิบายว่าหนังเลือกหยิบโครงจาก Street Fighter II มาใช้เป็นหลัก ซึ่งถือว่าเหมาะเพราะเป็นภาคที่คนรู้จักมากที่สุด แต่แทนที่จะใช้โครงสร้างของเกมที่เรียบง่ายและทรงพลัง หนังกลับกระจายบทไปยังตัวละครหลายคนจนการแข่งจริงแทบไม่สำคัญ Ryu ถูกจับตัวไปก่อนเริ่มแข่งขัน ทำให้ไม่เห็นการลงสนามของตัวเอกตามที่ควร Chun-Li ก็แทบไม่มีบทบาทในทัวร์นาเมนต์ ทั้งที่ในเกมเธอเป็นหนึ่งในตัวละครหญิงสำคัญเพียงไม่กี่คน ขณะที่คู่แข่งอย่าง Guile และ Zangief ก็แทบไม่ได้โชว์ฝีมืออย่างเต็มที่
ผลลัพธ์คือผู้ชมแทบไม่ได้เห็นการแข่งขันแบบเป็นระบบ หลายแมตช์ถูกข้าม บางคู่จบด้วยการถอนตัว หรือถูกตัดออกไปนอกจอ ทำให้ทัวร์นาเมนต์ดูเหมือนอีเวนต์ที่ถูกยัดเข้ามาเพื่ออ้างว่ามี มากกว่าจะเป็นโครงหลักของหนัง บทความมองว่านี่คือความผิดพลาดเชิงโครงสร้าง เพราะเมื่อเรื่องไม่ยอมยึดกับการแข่งขัน ผู้ชมก็ยากจะอินกับฉากแอ็กชันที่เหลืออยู่
บทความยังเปรียบเทียบกับ Mortal Kombat ฉบับรีบูตปี 2021 ซึ่งเคยผิดพลาดในลักษณะเดียวกัน ด้วยการเบี่ยงประเด็นจากตัวทัวร์นาเมนต์ Mortal Kombat และพยายามผลักตัวละครใหม่อย่าง Cole Young ให้เป็นศูนย์กลาง จนแฟน ๆ รู้สึกว่าหนังไม่ตอบสนองความคาดหวังพื้นฐานของซีรีส์ ก่อนที่ Mortal Kombat II จะกลับมาแก้ทางด้วยการยกทัวร์นาเมนต์ขึ้นมาเป็นแกนกลางของเรื่อง บทความจึงชี้ว่า Street Fighter ควรเรียนรู้จากบทเรียนนี้มาก่อน
อีกประเด็นที่ถูกวิจารณ์คือหนังพยายามปูทางไปยังตัวละครและปมในอนาคตมากเกินไป โดยเฉพาะการผลัก M. Bison ออกไปอย่างรวดเร็วเพื่อเซ็ตอัปภาคต่อ แทนที่จะให้การเผชิญหน้าระหว่างเขากับ Ryu มีน้ำหนักตามที่แฟน ๆ คาดหวัง สุดท้ายหนังกลับไปจบด้วยการปะทะระหว่าง Ryu กับ Akuma ซึ่งแม้จะถูกปูไว้แล้ว แต่ก็ให้ความรู้สึกไม่เต็ม เพราะ Ryu ไม่ได้เป็นผู้ชนะของทัวร์นาเมนต์ตามโครงเรื่องที่ควรจะเป็น
โดยรวม บทความมองว่า Street Fighter เป็นตัวอย่างของหนังดัดแปลงจากเกมที่มีตัวละครและชื่อเสียงเพียงพอจะสร้างความบันเทิงได้ แต่กลับจัดลำดับความสำคัญผิดพลาด ทั้งที่สูตรของเกมต่อสู้มีโครงสร้างธรรมชาติที่เหมาะกับภาพยนตร์อยู่แล้ว คือการไต่ระดับไปสู่ศึกชิงชัยครั้งใหญ่ หากหนังยอมใช้โครงนั้นอย่างตรงไปตรงมา ก็อาจแข็งแรงกว่านี้มาก โดยเฉพาะในยุคที่งานดัดแปลงจากวิดีโอเกมกำลังได้รับการยอมรับมากขึ้นเรื่อย ๆ


