Capcom เผยยอดขายเกมปีงบ 2026 ส่วนใหญ่เป็นดิจิทัลถึง 93.3%
รายงานผลประกอบการไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 2026 ของ Capcom สะท้อนภาพการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมเกมไปสู่การซื้อแบบดิจิทัลอย่างชัดเจน โดยยอดขายเกมของบริษัทในช่วงดังกล่าวมาจากช่องทางดิจิทัลมากถึง 93.3% ขณะ…

รายงานผลประกอบการไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 2026 ของ Capcom สะท้อนภาพการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมเกมไปสู่การซื้อแบบดิจิทัลอย่างชัดเจน โดยยอดขายเกมของบริษัทในช่วงดังกล่าวมาจากช่องทางดิจิทัลมากถึง 93.3% ขณะที่สื่อแบบแผ่นมีสัดส่วนเพียง 6.7% เท่านั้น ตัวเลขนี้ครอบคลุมทั้งเกมใหม่และเกมเก่าที่กลับมาทำยอดขายได้จากโปรโมชันหรือแคมเปญลดราคา
เมื่อแยกตามแพลตฟอร์ม ยอดขายดิจิทัลส่วนใหญ่ของ Capcom มาจาก PC คิดเป็น 60.4% และเป็นคอนโซล 32.9% สัดส่วนของ PC ที่สูงกว่าคอนโซลไม่ใช่เรื่องแปลกมากนัก เพราะเครื่องคอมพิวเตอร์แทบไม่มีตลาดสื่อแผ่นเหลืออยู่แล้ว แต่ก็ยืนยันแนวโน้มว่าเกมเมอร์จำนวนมากหันไปซื้อเกมในรูปแบบดาวน์โหลดมากขึ้นเรื่อย ๆ
ตัวเลขนี้จุดกระแสถกเถียงในหมู่แฟน ๆ ว่าการนับยอดขายดิจิทัลของ Capcom ครอบคลุมอะไรบ้าง เช่น มีการรวมคอนเทนต์เสริมอย่าง DLC หรือไม่นับแยกยอดขายเกมเก่ากับเกมใหม่อย่างไร อย่างไรก็ดี บริษัทระบุว่ากลุ่มเกม Resident Evil เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของยอดขายดิจิทัลชุดนี้ โดยเฉพาะการเติบโตของการขายผ่าน Steam และการกลับมานิยมของแฟรนไชส์โดยรวม
กระแสความนิยมของ Resident Evil ในญี่ปุ่นยังแข็งแรงต่อเนื่อง โดยซีรีส์นี้เพิ่งขึ้นเป็นแฟรนไชส์เกมที่ขายดีที่สุดอันดับ 3 ของประเทศ รองจาก Pokémon และ Mario เท่านั้น ขณะเดียวกัน ในระดับซีรีส์ย่อย Resident Evil 2 ก็แซง Resident Evil 5 ขึ้นเป็นภาคที่ขายดีที่สุดของแฟรนไชส์ ปิดฉากสถิติครองอันดับของ RE 5 ที่ยาวนานราว 15 ปี
แม้ตัวเลขของ Capcom จะสะท้อนว่าตลาดเกมกำลังโน้มเอียงไปสู่ดิจิทัลมากขึ้น แต่บริษัทก็ยังยืนยันว่าตนจะผลิตสื่อแบบแผ่นต่อไป เนื่องจากยังมีผู้เล่นจำนวนไม่น้อยที่ต้องการซื้อเกมแบบจับต้องได้ ซึ่งต่างจากทิศทางของบางแพลตฟอร์มที่เริ่มลดบทบาทของดิสก์ลงเรื่อย ๆ สำหรับผู้เล่นและผู้สะสมแล้ว ผลประกอบการชุดนี้จึงเป็นทั้งสัญญาณของอนาคตอุตสาหกรรมเกม และคำเตือนว่าการมีสื่อแบบแผ่นอาจกลายเป็นสินค้ากลุ่มเฉพาะมากขึ้นในระยะยาว


