แชนด์เลอร์ ริกส์ ทำหนังสั้น Resident Evil 7 แม้รู้ว่าเอาใจทุกคนไม่ได้
แชนด์เลอร์ ริกส์ นักแสดงที่หลายคนคุ้นจากบทคาร์ลใน The Walking Dead หันมานั่งแท่นกำกับและแสดงนำในหนังสั้นแฟนดัดแปลงจาก Resident Evil 7 ความยาวราว 20 นาที โดยเล่าเหตุการณ์ในบ้านตระกูลเบเกอร์และหยิบฉาก…

แชนด์เลอร์ ริกส์ นักแสดงที่หลายคนคุ้นจากบทคาร์ลใน The Walking Dead หันมานั่งแท่นกำกับและแสดงนำในหนังสั้นแฟนดัดแปลงจาก Resident Evil 7 ความยาวราว 20 นาที โดยเล่าเหตุการณ์ในบ้านตระกูลเบเกอร์และหยิบฉากต่อสู้ในโรงรถระหว่างอีธาน วินเทอร์ส กับแจ็ก เบเกอร์มาใช้เป็นแกนหลักของเรื่อง
จุดที่สะดุดตาที่สุดของงานชิ้นนี้ไม่ใช่ความรุนแรงของฉากแอ็กชัน แต่เป็นการที่ริกส์เลือกให้เห็นใบหน้าของอีธานมากกว่าที่เกมต้นฉบับเคยทำไว้ เพราะทั้ง Resident Evil 7 และ Village มักใช้มุมมองบุคคลที่หนึ่งและลดการโชว์หน้าตัวเอกให้น้อยที่สุด การตัดสินใจนี้จึงถือเป็นการเบี่ยงจากต้นฉบับอย่างชัดเจน แม้ทีมสร้างจะพยายามรักษาความเป็นเกมไว้ให้มากที่สุด
ริกส์อธิบายว่า การทำหนังคนแสดงทำให้หลีกเลี่ยงการเปิดหน้าอีธานได้ยาก หากจะเล่ากันในรูปแบบภาพยนตร์ เขาและทีมเคยลองพิจารณาหลายทางเลือก เช่น ถ่ายแบบมุมมองบุคคลที่หนึ่งตลอดเรื่อง แต่สุดท้ายมองว่าหากต้องการให้เข้าถึงผู้ชมวงกว้างกว่าแฟนเกมเดิม ก็จำเป็นต้องยอมเปลี่ยนบางอย่าง โดยเขายอมรับว่าขั้นตอนนี้สร้างความกดดันไม่น้อย เพราะรู้ดีว่าการดัดแปลงงานที่มีฐานแฟนเหนียวแน่นย่อมมีคนไม่พอใจเสมอ
ในแง่แนวคิด ริกส์สะท้อนมุมมองใกล้เคียงกับแซค เครกเกอร์ ผู้กำกับภาพยนตร์ Resident Evil เวอร์ชันใหม่ โดยเห็นว่าการทำให้ทุกฝ่ายพอใจแทบเป็นไปไม่ได้ สิ่งสำคัญกว่าคือการสร้างสรรค์ผลงานที่มีทิศทางของตัวเอง ขณะเดียวกันก็ยังช่วยดึงคนใหม่ ๆ ให้เข้ามารู้จักแฟรนไชส์นี้มากขึ้น เขามองว่าการยึดติดกับลอร์เดิมทุกจุดอาจไม่ใช่คำตอบเสมอไปสำหรับงานคนแสดง
ริกส์ยังเผยว่าเดิมทีเขาหวังให้หนังสั้นออกฉายก่อนโปรเจกต์ Resident Evil ของเครกเกอร์ แต่ตารางและรายละเอียดหลายอย่างไม่ลงตัว อย่างไรก็ดี เขายืนยันว่าตัวเองเฝ้ารอภาพยนตร์เรื่องนั้นมานาน และเหตุผลหนึ่งที่ทำหนังสั้นชิ้นนี้ก็เพราะอยากเห็นผลงานไลฟ์แอ็กชันที่ซื่อตรงต่อเกมจริง ๆ สักครั้ง
ท้ายที่สุด เขายังเปิดกว้างสำหรับการร่วมงานในอนาคต หากมีโอกาสทำงานกับเครกเกอร์หรือทีมสร้าง Resident Evil ภาคใหม่ โดยบอกเป็นนัย ๆ ว่าพร้อมเสมอหากมีการชวนไปทำโปรเจกต์ต่อยอด นับเป็นอีกตัวอย่างของคนในวงการบันเทิงที่ใช้แฟนโปรเจกต์เป็นทั้งการคารวะต้นฉบับและการทดลองเล่าเรื่องในรูปแบบใหม่ไปพร้อมกัน


