The Witcher 3 เวอร์ชันรีมาสเตอร์อัปเดตเพิ่มตัวเลือกปิด Bloom บนคอนโซล
CD Projekt ปล่อยอัปเดตใหม่ให้ The Witcher 3: Wild Hunt – Remastered เพื่อแก้ปัญหาภาพที่ผู้เล่นจำนวนมาก โดยเฉพาะบนคอนโซล วิจารณ์กันมานานเรื่องเอฟเฟกต์ Bloom ที่แรงเกินไปจนภาพขาวฟุ้งและทำให้โทนภาพเดิม…

CD Projekt ปล่อยอัปเดตใหม่ให้ The Witcher 3: Wild Hunt – Remastered เพื่อแก้ปัญหาภาพที่ผู้เล่นจำนวนมาก โดยเฉพาะบนคอนโซล วิจารณ์กันมานานเรื่องเอฟเฟกต์ Bloom ที่แรงเกินไปจนภาพขาวฟุ้งและทำให้โทนภาพเดิมของเกมเปลี่ยนไปจากที่ควรจะเป็น ก่อนหน้านี้ผู้เล่นฝั่ง PC สามารถปิดเอฟเฟกต์นี้ได้ แต่เวอร์ชันคอนโซลยังไม่มีทางเลือกดังกล่าว
แพตช์ล่าสุดจึงเพิ่มตัวเลือกให้ผู้เล่นบนคอนโซลปิด Bloom ได้ รวมถึงปิด Light Shafts และ Depth of Field ได้ด้วย นอกจากนี้ CD Projekt ยังปรับปรุงด้านภาพอีกหลายส่วน เช่น Bloom, tone mapping, แสงของตัวละคร และระบบ Ray Tracing/Path Tracing เพื่อให้ภาพโดยรวมสมดุลและใกล้เคียงกับสิ่งที่แฟน ๆ คาดหวังมากขึ้น
อัปเดตนี้มาพร้อมเลขเวอร์ชัน 5.01 และมีขนาดไฟล์ค่อนข้างใหญ่ ทั้งบนคอนโซลและ PC โดยนอกจากการแก้ปัญหาภาพแล้ว ยังมีการปรับปรุงประสิทธิภาพและแก้บั๊กหลายจุด เช่น ปัญหาการตั้งค่าบน PS5 ที่รีเซ็ตทุกครั้งเมื่อเข้าเกม, ปัญหาเสียงพากย์เบาลงหลังออกจากเมนูพักเกม, ค่าเฟรมเรตบน PS5 รุ่นมาตรฐานที่แสดงไม่ถูกต้อง รวมถึงการรองรับข้อความภาษาอูเครนในทุกภูมิภาค
ฝั่ง PC ก็มีการแก้ปัญหาเฉพาะแพลตฟอร์มหลายรายการ เช่น การตั้งค่ากราฟิกที่รีเซ็ตผิดพลาด, ระบบ Dynamic Resolution Scaling แสดงค่าผิด, การเลือก GPU ผิดตัวในบางกรณี และปัญหาฟีเจอร์อัปสเกลอย่าง DLSS/XeSS ถูกเปิดบนการ์ดจอที่ไม่รองรับ ขณะเดียวกัน CD Projekt ยังปรับค่าเริ่มต้นของ Dynamic Resolution Scaling ให้ปิดไว้เป็นค่าเริ่มต้น
ในภาพรวม แพตช์นี้สะท้อนว่าทีมพัฒนายังให้ความสำคัญกับการจูนงานภาพของ The Witcher 3 เวอร์ชันรีมาสเตอร์ต่อเนื่อง หลังจากเสียงตอบรับที่ผสมปนเปเรื่องคุณภาพภาพและความคมชัด โดยบริษัทบอกด้วยว่ากำลังเตรียมอัปเดตสำหรับ Nintendo Switch 2 เพื่อให้เวอร์ชันต่าง ๆ มีความสอดคล้องกันมากขึ้น และปรับภาพให้เหมาะกับเครื่องมากขึ้นด้วย
แม้ The Witcher 3 จะเป็นเกมเก่า แต่การที่ยังได้รับแพตช์แก้ปัญหาเชิงกราฟิกและประสบการณ์ใช้งานอย่างจริงจัง แสดงให้เห็นว่าเกมระดับเรือธงยังคงมีฐานผู้เล่นที่สนใจรายละเอียดทางเทคนิคอย่างมาก สำหรับแฟนซีรีส์ นี่ยังเป็นสัญญาณว่า CD Projekt ยังเดินหน้าพัฒนาจักรวาล The Witcher ต่อไป ทั้งกับภาคหลักภาคใหม่และคอนเทนต์เพิ่มเติมของภาค 3 ในอนาคต


