เปิดพรีวิวอัปเดต Remastered ของ The Witcher 3: ปรับกราฟิก เกมเพลย์ และ Photo Mode ครั้งใหญ่
CD Projekt เปิดรายละเอียดแพตช์ของ The Witcher 3: Wild Hunt – Remastered ที่จะปล่อยอัปเดตในวันที่ 29 กันยายน โดยยืนยันว่าเวอร์ชันใหม่จะมีการเปลี่ยนแปลงแยกตามแพลตฟอร์ม ทั้ง PC, PlayStation 5, Xbox…

CD Projekt เปิดรายละเอียดแพตช์ของ The Witcher 3: Wild Hunt – Remastered ที่จะปล่อยอัปเดตในวันที่ 29 กันยายน โดยยืนยันว่าเวอร์ชันใหม่จะมีการเปลี่ยนแปลงแยกตามแพลตฟอร์ม ทั้ง PC, PlayStation 5, Xbox Series X|S และ Nintendo Switch 2 รวมถึงผู้ที่เคยซื้อเกมไปแล้วจะอัปเกรดเป็นเวอร์ชัน Remastered ได้ฟรีภายในระบบนิเวศของแพลตฟอร์มเดิม ขณะเดียวกันบริษัทยังเตือนว่าความต้องการสเปกเครื่องบน PC ได้เปลี่ยนไปตามการปรับปรุงด้านภาพและเทคโนโลยีที่เพิ่มเข้ามาในรอบนี้
ฝั่งกราฟิกและเรนเดอร์มีการยกระดับหลายจุดอย่างชัดเจน เช่น ปรับโมเดลแสงเงาใหม่ เพิ่มคุณภาพของพื้นผิวและโมเดลจากชุด HD Reworked Project ปรับแสงของหญ้าและพืช เพิ่มเอฟเฟกต์ของสัญลักษณ์เวทมนตร์ และรองรับการเรนเดอร์แบบ native DirectX 12 พร้อม multithreading เพื่อช่วยเรื่องประสิทธิภาพและความสวยงาม นอกจากนี้ยังมีการปรับ tone mapping, เพิ่มตัวเลือก GTAO, ปรับ HDR calibration, เพิ่ม Ray-Traced HairWorks, ปรับ motion blur, subsurface scattering, แสงสะท้อนแบบ IBL และ bloom ให้ภาพโดยรวมสมจริงและมีมิติมากขึ้น
ด้านเกมเพลย์ มีการรีบัลานซ์ระบบสกิลครั้งใหญ่ โดยจัดสกิลใหม่เป็นทรี พร้อมแต่ละสกิลมี 3 ระดับ และเปลี่ยนเงื่อนไขการปลดล็อกให้ต้องมีสกิลก่อนหน้าแทนการใช้แต้มสกิลแบบเดิม ส่งผลให้ผู้เล่นต้องรีเซ็ตแต้มสกิลใหม่ทั้งหมดในอัปเดตนี้ นอกจากนี้ยังมีการปรับค่าพลังและซินเนอร์จีของสกิล รวมถึงเปลี่ยนชื่อบางสกิลให้เข้าใจง่ายขึ้น อีกจุดที่น่าสนใจคือระบบ Reforge ที่ให้ผู้เล่นเปลี่ยนรูปลักษณ์อุปกรณ์โดยไม่กระทบค่าสถานะได้ โดยต้องไปใช้บริการกับช่างฝีมือระดับมาสเตอร์เท่านั้น
ตัวเกมยังปรับพฤติกรรมศัตรูรองลงมา การควบคุมม้า และการเคลื่อนไหวของ Geralt ให้ลื่นไหลกว่าเดิม เช่น ปรับแอนิเมชันกระโดด ปีนขอบ ปีนบันได ข้ามสิ่งกีดขวาง การล็อกเป้าหมายระหว่างต่อสู้ รวมถึงการขึ้นลงม้าและการควบคุม Roach ขณะควบม้า นอกจากนี้ยังเพิ่มตัวเลือกความไวของการควบคุมม้า และเปลี่ยนการเร่งม้าเป็นการกดปุ่มแทนการกดค้าง เพื่อให้การเล่นบนคอนโทรลเลอร์และคีย์บอร์ดตอบสนองได้ดีขึ้น
ส่วน UI/UX ได้รับการปรับให้ใช้งานง่ายขึ้นหลายด้าน เช่น ฉาก Meditation เปลี่ยนเป็นไทม์แลปส์แทนหน้าจอเมนู, หน้าสกิลถูกจัดใหม่ให้เห็นโครงสร้างชัดเจน, แผนที่สามารถสลับเควสต์ที่ติดตามได้สะดวกขึ้น และเควสต์ที่ยังไม่ติดตามจะมีสัญลักษณ์ชัดเจนกว่าเดิม ระบบเก็บของก็ถูกปรับให้รวมของใกล้กันในหน้าต่างเดียว เพิ่ม loot feed แสดงของที่เพิ่งเก็บ และมี tooltip ให้ดูรายละเอียดของไอเท็มก่อนหยิบ รวมถึงสามารถซ่อนสัญลักษณ์บางอย่างบนมินิแมปได้เพื่อลดความรกรุงรังของหน้าจอ
อีกจุดที่อัปเดตหนักมากคือ Photo Mode ซึ่งขยายตัวเลือกอย่างมาก ทั้งการเลือกตัวละครหลายแบบ ท่าทางและสีหน้า การกำหนดทิศทางสายตา การวางไฟ ปรับแสง สี และมุม การเซฟพรีเซ็ตกล้อง การล็อกกล้อง การเปลี่ยนอัตราส่วนภาพ การเปิดมุมมองบุคคลที่หนึ่ง การควบคุมสภาพอากาศและช่วงเวลา รวมถึงการจัดวางพร็อพและซ่อนตัวละคร NPC รอบข้างได้ ทำให้โหมดถ่ายภาพกลายเป็นเครื่องมือสร้างฉากที่ละเอียดและยืดหยุ่นกว่าที่เคยอย่างมาก
สุดท้าย CD Projekt ยังเพิ่มส่วน Accessibility ใหม่ในเมนูตั้งค่า พร้อมเพิ่มการแปลภาษายูเครน และแนะนำพรีเซ็ต Bard’s Ballad สำหรับผู้เล่นที่ต้องการประสบการณ์ที่ผ่อนคลายและลดภาระทางความคิด โดยสามารถเปิดใช้ได้ทั้งตอนเริ่มเกมใหม่หรือระหว่างเล่น และยังปรับแต่งรายละเอียดบางอย่างได้เองทั้งหมด ภาพรวมของอัปเดตครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่การรีมาสเตอร์เชิงกราฟิก แต่เป็นการปรับหลายระบบของเกมให้ทันสมัยขึ้นทั้งด้านประสิทธิภาพ ความสะดวกในการเล่น และเครื่องมือสำหรับผู้เล่นสายถ่ายภาพหรือผู้ที่ต้องการเข้าถึงเกมได้ง่ายขึ้น


