โลกมีแผนใหม่กู้วิกฤตธรรมชาติ แต่ยังขาดเงินสนับสนุน
การประชุมสุดยอดความหลากหลายทางชีวภาพของสหประชาชาติ หรือ COP17 ที่กรุงเยเรวาน ประเทศอาร์เมเนีย สรุปตรงกันว่าความพยายามของโลกในการปกป้องธรรมชาติยังเดินหน้าไม่เร็วพอ และมีแนวโน้มสูงที่จะพลาดเป้าหมายปี…

การประชุมสุดยอดความหลากหลายทางชีวภาพของสหประชาชาติ หรือ COP17 ที่กรุงเยเรวาน ประเทศอาร์เมเนีย สรุปตรงกันว่าความพยายามของโลกในการปกป้องธรรมชาติยังเดินหน้าไม่เร็วพอ และมีแนวโน้มสูงที่จะพลาดเป้าหมายปี 2030 ที่ตั้งไว้ในกรอบความตกลงคุนหมิง-มอนทรีออลว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ ซึ่งมุ่งคุ้มครองพื้นที่บนบกและในทะเลราวหนึ่งในสามของโลก
ผู้แทนจากเกือบ 200 ประเทศใช้เวลาหารือกันหลายวันเพื่อตรวจสอบความคืบหน้าหลังจากข้อตกลงครั้งสำคัญเมื่อ 4 ปีก่อน แต่บทสรุปคือทั้งเงินทุนและการลงมือปฏิบัติยังต่ำกว่าที่จำเป็นอย่างมาก หลายประเทศยังดำเนินมาตรการอนุรักษ์ไม่ทันกับขนาดของปัญหา ทำให้โอกาสบรรลุเป้าหมายภายในปี 2030 ลดลงเรื่อย ๆ
แม้การประชุมจะปิดฉากด้วยการเห็นพ้องให้เร่งความพยายาม แต่สาระสำคัญคือโลกยังต้องการทรัพยากรทางการเงินเพิ่มขึ้นอีกมากเพื่อสนับสนุนการอนุรักษ์ ความท้าทายไม่ได้อยู่แค่การประกาศนโยบายหรือกำหนดเป้าหมายใหม่ แต่รวมถึงการจัดสรรงบประมาณ กลไกการเงิน และการนำมาตรการไปใช้จริงในระดับประเทศ
กรอบความตกลงคุนหมิง-มอนทรีออลถือเป็นหมุดหมายสำคัญของนโยบายสิ่งแวดล้อมโลก เพราะเป็นความพยายามร่วมกันครั้งใหญ่ในการชะลอการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ อย่างไรก็ตาม การประชุมครั้งนี้สะท้อนว่าการแปลงเป้าหมายระดับนานาชาติให้เป็นผลลัพธ์จริงยังติดขัดทั้งด้านความพร้อมของรัฐและด้านเงินทุน
สำหรับทิศทางข้างหน้า COP17 จึงไม่ได้เป็นเพียงการทบทวนความล่าช้า แต่ยังเป็นสัญญาณเตือนว่าแผนปกป้องธรรมชาติของโลกจะสำเร็จได้ก็ต่อเมื่อประเทศต่าง ๆ เพิ่มความจริงจังทั้งในเชิงนโยบายและงบประมาณ มิฉะนั้นเป้าหมายสำคัญในปี 2030 อาจกลายเป็นอีกหนึ่งคำมั่นที่ทำได้ไม่ถึงตามกำหนดเวลา


