กิเยร์โม เดล โตโรชี้ AI แทนความสร้างสรรค์ของมนุษย์ไม่ได้ เพราะงานศิลปะมี “เคมี” และความผิดพลาดที่มีคุณค่า
กิเยร์โม เดล โตโร ผู้กำกับเจ้าของรางวัลและหนึ่งในเสียงสำคัญของวงการภาพยนตร์ ออกมาแสดงจุดยืนชัดเจนอีกครั้งเกี่ยวกับบทบาทของปัญญาประดิษฐ์ในงานสร้างสรรค์ ระหว่างการตอบคำถามแฟน ๆ ใน Reddit AMA เมื่อวันที่…

กิเยร์โม เดล โตโร ผู้กำกับเจ้าของรางวัลและหนึ่งในเสียงสำคัญของวงการภาพยนตร์ ออกมาแสดงจุดยืนชัดเจนอีกครั้งเกี่ยวกับบทบาทของปัญญาประดิษฐ์ในงานสร้างสรรค์ ระหว่างการตอบคำถามแฟน ๆ ใน Reddit AMA เมื่อวันที่ 9 กันยายน โดยย้ำว่า AI อาจช่วยเร่งกระบวนการผลิตภาพหรือแนวคิดได้ แต่ไม่สามารถทดแทนประสบการณ์ การลองผิดลองถูก และสัญชาตญาณของมนุษย์ที่ทำให้งานศิลปะมีคุณค่าได้
เดล โตโรอ้างถึงมุมมองที่เขาเคยพูดไว้ในเวที British Film Institute ว่า สิ่งสำคัญของงานศิลปะไม่ได้อยู่ที่ต้นทุนหรือความง่ายในการผลิต แต่คือสิ่งที่ผู้สร้างยอมเสี่ยงและทุ่มเทเข้าไปกับผลงาน สำหรับเขา “คุณค่า” ของศิลปะเกิดจากกระบวนการที่ซับซ้อนและมีชีวิต ไม่ใช่จากการสร้างผลลัพธ์ที่ดูน่าสนใจอย่างรวดเร็วเพียงอย่างเดียว
เมื่อถูกถามว่าอะไรคือสิ่งที่สูญเสียไปมากที่สุดเมื่อภาพหนึ่งภาพถูกสร้างโดยคอมพิวเตอร์แทนมือมนุษย์ เขาตอบว่าหายไปคือ “alchemy” หรือความผสมผสานเชิงสร้างสรรค์ที่ไม่เป็นเส้นตรง ซึ่งเกิดจากการใช้เวลาคลุกอยู่กับไอเดีย การเชื่อมโยงสิ่งที่ดูไม่เกี่ยวข้องกัน และการปล่อยให้ความบังเอิญมีบทบาทในงานสร้างสรรค์ เดล โตโรชี้ว่า AI อาจพาไปถึง “ช่วงกลาง” ของงานได้เร็ว แต่ไม่สามารถสร้างเส้นทางการค้นพบที่นำไปสู่ผลงานระดับสูงสุดได้แบบเดียวกับมนุษย์
เขายกตัวอย่างจากการออกแบบ Pale Man ในเรื่อง Pan’s Labyrinth ว่าตัวละครนี้เกิดจากการนำภาพปลากระเบนแมนตาและโปสเตอร์ของ Phantasm มาผสมกันในช่วงเวลาที่ต่างกัน ก่อนจะค่อย ๆ ปรับดีไซน์ต่อจนเกิดรูปลักษณ์สุดท้าย กระบวนการดังกล่าวสะท้อนว่าการสร้างงานที่น่าจดจำไม่ได้เกิดจากสูตรสำเร็จ หากแต่อาศัยเวลาทำงานกับไอเดีย การเปลี่ยนแปลงระหว่างทาง และการเปิดรับแรงบันดาลใจที่คาดไม่ถึง
เดล โตโรยังพูดถึงแนวคิดเรื่อง “การฝึกฝนแบบศิษย์” ว่าศิลปินไม่เคยเป็นผู้เชี่ยวชาญสมบูรณ์แบบ แต่ต้องอยู่ในสถานะเรียนรู้อยู่เสมอ เขามองว่าความเป็นศิลปินคือการรักษาความสัมพันธ์กับกระบวนการสร้างสรรค์ มากกว่าการเร่งผลิตผลงานให้เสร็จเร็วที่สุด ซึ่งเป็นสิ่งที่ AI ไม่สามารถทดแทนได้ เพราะการสร้างสรรค์แท้จริงหมายถึงการทำให้สิ่งใหม่ถือกำเนิด ไม่ใช่แค่การเรียบเรียงสิ่งที่มีอยู่แล้วให้ดูน่าสนใจ
นอกจากนี้ เขายังเล่าถึงบทสนทนากับผู้กำกับชื่อดังอย่างคริสโตเฟอร์ โนแลนและเจมส์ คาเมรอน เพื่อชี้ว่าแม้แต่ภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ก็ยังพึ่งพาปฏิบัติการจริง โมเดลจำลอง และ “อุบัติเหตุ” ที่เกิดขึ้นระหว่างถ่ายทำ เช่น แสงสะท้อนหรือการสั่นของกล้อง ซึ่งช่วยให้ภาพดูสมจริงและมีพลังมากขึ้น เขามองว่าความผิดพลาดที่ไม่ได้ตั้งใจเหล่านี้เป็นส่วนสำคัญของงานที่ดี และเป็นสิ่งที่ระบบอัตโนมัติไม่อาจสร้างความหมายได้ในแบบเดียวกัน
โดยรวมแล้ว บทสัมภาษณ์ครั้งนี้สะท้อนมุมมองของเดล โตโรที่มอง AI เป็นเพียงเครื่องมือเร่งงาน ไม่ใช่ผู้สร้างสรรค์ตัวจริง เขาเน้นว่าความงามของศิลปะอยู่ที่มนุษย์ การเรียนรู้ การเสี่ยง และความไม่แน่นอนระหว่างกระบวนการ ซึ่งล้วนเป็นองค์ประกอบที่ทำให้งานศิลปะและภาพยนตร์มีชีวิตมากกว่าผลลัพธ์ที่สร้างได้อย่างรวดเร็ว