‘Digger’ เปิดตัวทั่วโลกเพียง 20 ล้านดอลลาร์ กระแสแรงไม่พอถล่มทุนสร้าง 160 ล้าน
ภาพยนตร์เรื่อง ‘Digger’ ของทอม ครูซ เปิดตัวในโรงภาพยนตร์ทั่วโลกได้ค่อนข้างน่าผิดหวัง โดยทำรายได้รวมช่วงสุดสัปดาห์แรกเพียงราว 20 ล้านดอลลาร์ แบ่งเป็นรายได้ในสหรัฐฯ ประมาณ 8 ล้านดอลลาร์ และต่างประเทศอีก…

ภาพยนตร์เรื่อง ‘Digger’ ของทอม ครูซ เปิดตัวในโรงภาพยนตร์ทั่วโลกได้ค่อนข้างน่าผิดหวัง โดยทำรายได้รวมช่วงสุดสัปดาห์แรกเพียงราว 20 ล้านดอลลาร์ แบ่งเป็นรายได้ในสหรัฐฯ ประมาณ 8 ล้านดอลลาร์ และต่างประเทศอีก 12 ล้านดอลลาร์ ตัวเลขดังกล่าวถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับงบสร้างที่สูงถึง 160 ล้านดอลลาร์ และยังไม่รวมค่าโปรโมตที่อาจทำให้จุดคุ้มทุนยิ่งไกลออกไปอีก
‘Digger’ เป็นผลงานกำกับของ อเลฮันโดร กอนซาเลซ อิญาร์ริตู ในแนวเสียดสีดราม่าดำว่าด้วยมหาเศรษฐีน้ำมันที่ต้องเผชิญวิกฤตสิ่งแวดล้อม ขณะที่นักการเมืองและนักวิทยาศาสตร์พยายามรับมือสถานการณ์ ภาพยนตร์เรื่องนี้มีนักแสดงสมทบชื่อดังหลายคน เช่น ริซ อาห์เหม็ด, จอห์น กูดแมน, แซนดรา ฮือเลอร์, เอ็มมา ดาร์ซีย์ และเจสซี เพลมอนส์ แต่การมีรายชื่อนักแสดงแข็งแกร่งก็ยังไม่ช่วยดึงคนดูวงกว้างในช่วงเปิดตัว
แม้หนังจะเป็นที่สนใจในหมู่คอภาพยนตร์เพราะภาพลักษณ์ของครูซที่แทบจำไม่ได้ภายใต้เมกอัปหนา ๆ แต่เสียงตอบรับโดยรวมยังไม่เอื้อ ทั้งคะแนนนักวิจารณ์ที่ค่อนข้างกลาง ๆ และกระแสคนดูที่แตกเป็นสองฝ่าย บางส่วนมองว่าเป็นหนึ่งในหนังที่แย่ที่สุดของปี ขณะที่อีกส่วนเชียร์ให้ครูซถูกพูดถึงในฐานะนักแสดงนำชายยอดเยี่ยม อย่างไรก็ดี กระแสถกเถียงเหล่านี้ยังไม่แปรเป็นยอดขายตั๋วตามที่คาด
IGN ให้คะแนนหนัง 6/10 โดยมองว่ามุกเสียดสีอาจไม่เปลี่ยนความคิดผู้ชมเรื่องภาวะโลกร้อนได้มากนัก แต่ยอมรับว่ามีการแสดงที่โดดเด่นและมีช่วงที่ขำได้พอสมควร ทว่าคะแนนระดับนี้ก็ยังไม่พอจะช่วยให้หนังฝ่ากระแสตลาดที่แข่งขันสูงในช่วงต้นเดือนตุลาคม
ในทางกลับกัน สัปดาห์เดียวกันภาพยนตร์เรื่อง ‘Verity’ ของดาโกตา จอห์นสัน, แอนน์ แฮทธาเวย์ และจอช ฮาร์ตเน็ตต์ กลับเปิดตัวแรงกว่าอย่างชัดเจน ทำรายได้ทั่วโลกได้ 62.6 ล้านดอลลาร์ และครองอันดับหนึ่งของบ็อกซ์ออฟฟิศในสหรัฐฯ ขณะที่เรื่องอื่น ๆ อย่าง ‘Resident Evil’, ‘Heart of the Beast’ และ ‘Primetime’ ก็ทำผลงานดีกว่า ‘Digger’ ในบ้านตัวเอง
ภาพรวมสะท้อนว่าแม้ชื่อของทอม ครูซจะยังเป็นแม่เหล็กในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ แต่ก็ไม่ได้การันตีความสำเร็จเสมอไป โดยเฉพาะเมื่อเป็นหนังที่มีโทนจริงจังและซับซ้อนกว่าแฟรนไชส์แมสทั่วไป ‘Digger’ จึงต้องลุ้นต่อหนักมากหากหวังจะไต่กลับมาจนใกล้จุดคุ้มทุนในระยะยาว


