นักพัฒนาใช้ VR ขว้างโมเดลสั่งเครื่องพิมพ์ 3 มิติเริ่มพิมพ์ได้ทันที
มีรายงานถึงโปรเจ็กต์ทดลองของ Hank Berger นักพัฒนาซอฟต์แวร์จาก Epic ที่นำแนวคิด “vibe coding” และเครื่องมือ AI มาผสานกับ VR เพื่อควบคุมเครื่องพิมพ์ 3 มิติแบบแปลกใหม่ เขาแสดงคลิปสั้น ๆ ในชุด Meta Quest…

มีรายงานถึงโปรเจ็กต์ทดลองของ Hank Berger นักพัฒนาซอฟต์แวร์จาก Epic ที่นำแนวคิด “vibe coding” และเครื่องมือ AI มาผสานกับ VR เพื่อควบคุมเครื่องพิมพ์ 3 มิติแบบแปลกใหม่ เขาแสดงคลิปสั้น ๆ ในชุด Meta Quest 3 ที่หยิบโมเดล 3 มิติขึ้นมาแล้วโยนไปยังเครื่องพิมพ์ จากนั้นเครื่องก็เริ่มพิมพ์ชิ้นงานนั้นโดยอัตโนมัติ ราวกับเป็นฉากจากภาพยนตร์ไซไฟ
แกนหลักของโปรเจ็กต์นี้คือการเชื่อมต่อระหว่างชุดหูฟัง VR แอปมือถือ และเครื่องพิมพ์ 3 มิติ Bambu Lab ผ่าน API ภายในเครือข่ายท้องถิ่น โดย Berger ระบุว่า API ของเครื่องพิมพ์ช่วยให้ควบคุมอุปกรณ์ได้ แต่มีผลข้างเคียงคือทำให้แอปมือถือที่มากับเครื่องใช้งานไม่ได้ เขาจึงสร้างเว็บเซิร์ฟเวอร์ขนาดเล็กบนพีซีของตนเองเพื่อเป็นตัวกลาง และใช้ GPT-6 Astra ช่วยทำให้ระบบต่าง ๆ สื่อสารกันได้
แม้แนวคิดจะดูสนุกและโชว์พลังของเครื่องมือ AI ได้ชัดเจน แต่ Berger ยอมรับว่ายังไม่ถึงขั้นพร้อมเผยแพร่สู่สาธารณะ เขาบอกว่ายังไม่ได้อัปขึ้น GitHub และตัวโปรเจ็กต์ต้องเก็บรายละเอียดเพิ่มเติมก่อนจะแจกจ่ายได้จริง อย่างไรก็ดี เขาก็เปิดช่องว่าอาจปล่อยซอร์สโค้ด หากมีความสนใจจากผู้ใช้มากพอ
รายงานยังชี้ว่า Berger ทำโปรเจ็กต์ทดลองที่อาศัย AI อื่น ๆ ออกมาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการพอร์ตเกมเก่าไปสู่ VR แบบไม่เป็นทางการ เช่น Luigi’s Mansion และ Super Smash Bros. Melee ซึ่งสะท้อนกระแสในชุมชนนักพัฒนาที่ใช้ AI เร่งงานสาย decompilation หรือการแกะโค้ดเกมเก่าเพื่อนำมาสร้างใหม่ให้เล่นบนพีซีได้
กรณีนี้จึงไม่ใช่แค่โชว์ของเล่น VR แปลกใหม่ แต่ยังสะท้อนภาพใหญ่ของวงการพัฒนาในปัจจุบันที่ AI เริ่มถูกใช้เป็นตัวเร่งงานทดลองและงานโมดิฟายระบบซอฟต์แวร์มากขึ้น ขณะเดียวกันก็มีข้อสังเกตเรื่องความพร้อมใช้งานจริง ความเข้ากันได้ของซอฟต์แวร์ และต้นทุนการใช้บริการ AI ที่อาจสูง โดยเฉพาะงานอย่างการ decompile ที่ใช้ทรัพยากรจำนวนมาก


