Trollheim: Gnomes เกมเอาชีวิตรอดผสานตำนานนอร์ดิก ชูจุดขายสู้ได้ไม่จำเป็น
Trollheim: Gnomes คือเกมแนวเอาชีวิตรอดและคราฟต์ของบน PC ที่หยิบเอาแรงบันดาลใจจากคติชนและตำนานพื้นบ้านแถบนอร์ดิกมาเป็นแกนหลัก โดยโปรเจกต์นี้ถูกเผยโฉมในฐานะผลงานจากอดีตทีมงาน Mojang ที่เติบโตมากับป่าใน…

Trollheim: Gnomes คือเกมแนวเอาชีวิตรอดและคราฟต์ของบน PC ที่หยิบเอาแรงบันดาลใจจากคติชนและตำนานพื้นบ้านแถบนอร์ดิกมาเป็นแกนหลัก โดยโปรเจกต์นี้ถูกเผยโฉมในฐานะผลงานจากอดีตทีมงาน Mojang ที่เติบโตมากับป่าในแถบนั้นและเรื่องเล่าของสิ่งมีชีวิตอย่าง Sprýg Gnomes จึงตั้งใจสร้างโลกแฟนตาซีที่ให้บรรยากาศลึกลับ แต่ยังมีความอบอุ่นและชวนสำรวจไปพร้อมกัน
จุดเด่นสำคัญของเกมอยู่ที่แนวคิด “การต่อสู้เป็นทางเลือก” ไม่ใช่บังคับ ผู้เล่นจะรับบทเป็นโนมตัวจิ๋วที่ต้องรวบรวมทรัพยากร สร้างที่พัก และค่อย ๆ ขยับการก่อสร้างขึ้นไปตามต้นไม้จนกลายเป็นชุมชนลอยสูงกลางป่า แม้จะมีศัตรูอย่าง Väsen ซึ่งตัวใหญ่กว่ามาก แต่เกมไม่ได้กำหนดให้ผู้เล่นต้องใช้ความรุนแรงเสมอไป เพราะสามารถหลีกเลี่ยง ทำให้เป็นมิตร หรือช่วยเหลือด้วยการนำอาหารและของที่พวกมันต้องการไปแลกความสัมพันธ์แทนการสู้
ทีมพัฒนาย้ำว่าพวกเขาอยากให้การต่อสู้มีความตั้งใจชัดเจนมากกว่าเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นตลอดเวลา ผู้เล่นสามารถเลือกใช้แนวทางสันติและยังบรรลุเป้าหมายเดียวกันได้ ขณะเดียวกัน หากอยากเผชิญหน้าก็ทำได้ แต่จะรู้ได้ชัดว่าเป็นสถานการณ์ที่เสี่ยงจริง แนวทางนี้ทำให้เกมพยายามยืนอยู่กึ่งกลางระหว่างประสบการณ์แบบ cozy game กับเกมเอาชีวิตรอดที่ยังมีความท้าทาย
อีกหนึ่งองค์ประกอบที่ช่วยเสริมบรรยากาศคือโหมดเล่นร่วมกัน โดยรองรับผู้เล่นได้สูงสุด 8 คน และใช้แผนที่ที่สร้างแบบ procedural generation ทุกครั้งที่เริ่มโลกใหม่ ทีมงานมองว่า “ป่ามืด” เป็นตัวละครหลักของเกม ทำให้แต่ละรอบการเล่นควรให้ความรู้สึกใหม่และคาดเดาไม่ได้อยู่เสมอ ไม่ว่าจะเล่นคนเดียวหรือเล่นเป็นกลุ่ม
แม้จะเลือกทางสายสงบ ผู้เล่นก็ยังต้องรับมือกับระบบเอาชีวิตรอดตามแบบเกมแนวนี้ เช่น ความหนาว ความเปียกชื้น และความหิว ซึ่งล้วนส่งผลต่อการอยู่รอด นอกจากบ้านเรือนแล้ว เกมยังมีไอเท็มและอุปกรณ์ให้คราฟต์มากขึ้น เช่น wingsuit เพื่อช่วยเดินทางในป่าได้คล่องตัวขึ้น ขณะที่ระบบพลังชีวิตยังถูกรวมกับสตามินาไว้ในแถบเดียว ทำให้การบริหารทรัพยากรระหว่างสำรวจและเอาตัวรอดมีน้ำหนักมากขึ้น
จากสิ่งที่ได้เห็นในการสาธิตแบบปิด ยังมีองค์ประกอบแนวลอบเร้นปรากฏให้เห็นด้วย ซึ่งช่วยเพิ่มมิติให้การเล่นนอกจากการคราฟต์และสำรวจ อย่างไรก็ดี เกมยังต้องพิสูจน์ตัวเองในตลาดที่มีคู่แข่งจำนวนมาก เพราะแนว survival crafting เป็นหมวดที่แน่นอยู่แล้ว
แม้จะยังเป็นเกมที่ต้องรอดูการพัฒนาในระยะยาว แต่ทีมงานก็แสดงความทะเยอทะยานในการสร้างจักรวาลของ Trollheim ให้กว้างกว่าเกมเดียว โดยระบุว่ากำลังพัฒนาโลกเรื่องเล่าที่เชื่อมต่อกันข้ามสื่อ ทั้งหนังสือ เกม ของสะสม ภาพยนตร์ และไลฟ์สไตล์ และยังมีหนังสือขนาด 288 หน้าอย่าง Trollheim: Tale of Sýstir วางจำหน่ายแล้วสำหรับผู้ที่อยากเริ่มทำความรู้จักจักรวาลนี้ก่อน ส่วนเกม Trollheim: Gnomes ก็เปิดให้กดติดตามบน Steam แล้วสำหรับคนที่สนใจ


