ทรัมป์ปัดคำเตือนความปลอดภัย AI ว่าเป็นเรื่องหลอกลวง ไม่หนุนมาตรการคุมเข้ม
โดนัลด์ ทรัมป์ ออกมาปฏิเสธกระแสเตือนเรื่องความเสี่ยงของปัญญาประดิษฐ์ โดยเรียกคำเตือนด้านความปลอดภัย AI ว่าเป็น “hoax” หรือเรื่องหลอกลวง พร้อมแสดงท่าทีไม่สนับสนุนข้อเสนอให้ภาครัฐสหรัฐฯ วางกรอบกำกับดูแล…

โดนัลด์ ทรัมป์ ออกมาปฏิเสธกระแสเตือนเรื่องความเสี่ยงของปัญญาประดิษฐ์ โดยเรียกคำเตือนด้านความปลอดภัย AI ว่าเป็น “hoax” หรือเรื่องหลอกลวง พร้อมแสดงท่าทีไม่สนับสนุนข้อเสนอให้ภาครัฐสหรัฐฯ วางกรอบกำกับดูแลเข้มงวดตามที่หลายบริษัท AI ชั้นนำต้องการ
ประเด็นนี้ปะทุขึ้นหลังจากนักวิจัยด้านความปลอดภัยของ Anthropic ออกมาให้ความเห็นว่า AI มีโอกาสมากกว่า 10% ที่จะก่อให้เกิดหายนะระดับมนุษยชาติภายในสิบปีข้างหน้า และยอมรับด้วยว่ายังไม่มีแผนที่ประสานกันอย่างเป็นรูปธรรมเพื่อป้องกันสถานการณ์ดังกล่าว จากนั้นผู้บริหารของบริษัท AI รายใหญ่หลายแห่งก็เริ่มเรียกร้องให้รัฐบาลสหรัฐฯ ชะลอการแข่งขัน และวาง “ราวกันตก” เช่น ระบบปิดฉุกเฉินที่มีบุคคลที่สามตรวจสอบได้
อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ตอบโต้ผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social โดยมองว่าคำเตือนเหล่านี้เป็นความพยายามบ่อนทำลายการพัฒนา AI และเปรียบเทียบกับสิ่งที่เขาเรียกว่าเรื่องหลอกลวงของภาวะโลกร้อน เขายังเรียกร้องให้เร่งการสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ และย้ำว่ากองบัญชาการหรือ “guardrails” ที่แท้จริงของ AI คือผู้นำประเทศที่ “เข้มแข็งและฉลาด” มากกว่าจะเป็นกฎระเบียบจากภาครัฐ
ทรัมป์ยังกระโดดเข้าร่วมบทสนทนาสดผ่านโทรศัพท์กับเจนเซน หวง ซีอีโอของ Nvidia ระหว่างงานประชุม โดยกล่าวย้ำว่า AI เป็นเรื่องเกินจริง และดาต้าเซ็นเตอร์คือสินทรัพย์สำคัญทางเศรษฐกิจของยุคถัดไป เขายังยืนยันว่า “หุ่นยนต์จะไม่ยึดครองโลก” และมองว่าการคัดค้าน AI อาจมาจากแรงจูงใจทางการเมืองหรือแม้แต่จีน
ในอีกด้านหนึ่ง กระแสความกังวลในวงการ AI กลับร้อนแรงขึ้น หลังจาก Jacob Coxon อดีตนักวิจัยของ Anthropic ลาออกและโพสต์วิจารณ์ว่าทั้ง OpenAI และ Anthropic กำลังเร่งไปสู่ซูเปอร์อินเทลลิเจนซ์แบบพัฒนาตัวเอง โดยไม่รับผิดชอบต่อความเสี่ยง เขาเตือนว่าเทคโนโลยีนี้อาจแฮ็กระบบต่าง ๆ ได้เกือบทุกอย่าง เปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมอย่างรวดเร็ว และอาจก่อภัยคุกคามต่อมนุษย์ในระดับที่ไม่เคยมีมาก่อน
คำเตือนของ Coxon ถูกตอกย้ำโดย Evan Hubinger หัวหน้าฝ่าย Alignment Science ของ Anthropic ซึ่งยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่าเขาเชื่อจริงว่า AI อาจฆ่ามนุษย์ทั้งหมดได้ และประเมินโอกาสดังกล่าวว่าเกิน 10% ภายในทศวรรษนี้ เขาระบุด้วยว่า แม้ Anthropic พยายามเต็มที่ แต่บริษัทยังไม่มีคำตอบเรื่องการทำให้ซูเปอร์อินเทลลิเจนซ์สอดคล้องกับเป้าหมายมนุษย์อย่างชัดเจน
ท่ามกลางแรงกดดันเหล่านี้ ผู้บริหาร AI บางส่วนอย่างแซม อัลต์แมน, ดาริโอ อาโมเดอิ และอีลอน มัสก์ เริ่มส่งสัญญาณพร้อมร่วมมือกันชะลอความเร็วของการแข่งขัน แม้ยังไม่ถึงขั้นหยุดพัฒนา โดยอัลต์แมนย้ำว่าการเพิ่มความเร็วควรถูกจำกัดด้วยมาตรการด้านความปลอดภัย การติดตาม และความร่วมมือระหว่างประเทศ ขณะที่รองประธานาธิบดี JD Vance ก็แสดงความกังวลต่อความเสี่ยงของ AI แต่เตือนว่าการที่บริษัทเทคโนโลยีมาเรียกร้องให้รัฐกำกับดูแลเองอาจเป็นยุทธวิธีแบบ “Trojan horse” มากกว่าความจริงใจ
รายงานนี้สะท้อนให้เห็นความแตกแยกระหว่างฝ่ายการเมืองที่มอง AI เป็นพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจ กับฝั่งนักวิจัยและบริษัทบางส่วนที่เชื่อว่าความเสี่ยงเชิงระบบกำลังเพิ่มขึ้นอย่างจริงจัง และยังไม่มีฉันทามติว่าจะควบคุมเทคโนโลยีนี้อย่างไรให้ปลอดภัยก่อนที่ความสามารถจะก้าวล้ำกว่ากลไกกำกับดูแล


