FCC ยกเลิกเพดานถือครองทีวีทั่วสหรัฐฯ เปิดทางพิจารณาดีลรายกรณี
คณะกรรมการกำกับดูแลกิจการสื่อสารของสหรัฐฯ หรือ FCC ลงมติ 2 ต่อ 1 ให้ยกเลิกกฎจำกัดการถือครองสถานีโทรทัศน์ระดับชาติ หรือ National Television Ownership Rule ซึ่งเดิมกำหนดว่าเจ้าของสถานีโทรทัศน์รายเดียว…

คณะกรรมการกำกับดูแลกิจการสื่อสารของสหรัฐฯ หรือ FCC ลงมติ 2 ต่อ 1 ให้ยกเลิกกฎจำกัดการถือครองสถานีโทรทัศน์ระดับชาติ หรือ National Television Ownership Rule ซึ่งเดิมกำหนดว่าเจ้าของสถานีโทรทัศน์รายเดียวไม่สามารถเข้าถึงครัวเรือนทีวีในสหรัฐฯ เกิน 39% ได้ โดย FCC ภายใต้การนำของประธาน Brendan Carr ระบุว่าหน่วยงานมีอำนาจเพียงพอที่จะถอนข้อจำกัดดังกล่าว แม้เดิมข้อจำกัดนี้ถูกกำหนดไว้โดยรัฐสภาสหรัฐฯ เมื่อกว่าสองทศวรรษก่อน
แนวทางใหม่ของ FCC จะเปลี่ยนจากเพดานตายตัวไปสู่การพิจารณาดีลควบรวมกิจการแบบรายกรณี โดยจะประเมินว่าดีลใดสอดคล้องกับ “ประโยชน์สาธารณะ” และสามารถอนุมัติหรือปฏิเสธได้ตามมาตรฐานดังกล่าว ฝ่ายของ Carr อธิบายว่ากรอบนี้จะทำให้หน่วยงานมีความยืดหยุ่นมากขึ้นในการตัดสินใจ ไม่ต้องผูกมัดกับตัวเลข 39% ที่ใช้มานาน
FCC ยังให้เหตุผลว่าการปลดล็อกข้อจำกัดดังกล่าวจะช่วยให้ผู้ประกอบการโทรทัศน์แข่งขันกับแพลตฟอร์มสตรีมมิงได้ดีขึ้น เพราะผู้ให้บริการสตรีมมิงไม่ได้เผชิญเพดานความเป็นเจ้าของลักษณะเดียวกัน จึงมองว่ากฎเดิมอาจทำให้ธุรกิจออกอากาศเสียเปรียบในตลาดสื่อที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว
การตัดสินใจครั้งนี้มีนัยสำคัญต่อโครงสร้างอุตสาหกรรมโทรทัศน์สหรัฐฯ เพราะเปิดช่องให้เกิดการรวมศูนย์ความเป็นเจ้าของสถานีมากขึ้นในอนาคต ขณะเดียวกันก็สะท้อนแนวโน้มที่หน่วยงานกำกับพยายามปรับกติกาให้สอดคล้องกับการแข่งขันข้ามแพลตฟอร์มระหว่างทีวีดั้งเดิมกับบริการออนไลน์ อย่างไรก็ตาม การอ้างอำนาจของ FCC เพื่อยกเลิกข้อจำกัดที่ตราโดยสภาคองเกรสย่อมมีโอกาสถูกท้าทายทั้งในเชิงนโยบายและทางกฎหมายต่อไป


