ศาลสหรัฐฯ สั่งรัฐบาลกลับมาเดินหน้ากระบวนการอนุมัติโครงการพลังงานลม
ศาลแขวงสหรัฐฯ ในรัฐโอเรกอนมีคำสั่งให้รัฐบาลกลางกลับมาเดินหน้ากระบวนการพิจารณาและอนุมัติโครงการพลังงานลมอีกครั้ง หลังจากโครงการใหม่ทั่วประเทศถูกชะลอไว้ตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2025 เนื่องจากกระทรวงกลาโหม…

ศาลแขวงสหรัฐฯ ในรัฐโอเรกอนมีคำสั่งให้รัฐบาลกลางกลับมาเดินหน้ากระบวนการพิจารณาและอนุมัติโครงการพลังงานลมอีกครั้ง หลังจากโครงการใหม่ทั่วประเทศถูกชะลอไว้ตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2025 เนื่องจากกระทรวงกลาโหมหยุดมีส่วนร่วมในขั้นตอนที่กฎหมายกำหนดให้หน่วยงานรัฐต้องประเมินและเจรจาปรับแบบโครงการเพื่อบรรเทาผลกระทบต่อระบบเรดาร์
คดีนี้สะท้อนความขัดแย้งระหว่างฝ่ายบริหารกับผู้พัฒนาโครงการพลังงานลม โดยรัฐบาลของโดนัลด์ ทรัมป์พยายามใช้เหตุผลด้านความมั่นคงแห่งชาติอ้างว่ากังหันลมอาจรบกวนเรดาร์และเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงจากโดรน จึงพยายามสกัดทั้งโครงการลมนอกชายฝั่งและบนบก อย่างไรก็ตาม ศาลก่อนหน้านี้หลายคดีไม่รับฟังข้ออ้างดังกล่าว แม้ในบางกรณีผู้พิพากษาจะได้พิจารณารายงานลับที่กระทรวงกลาโหมใช้เป็นฐานสนับสนุนการคัดค้านโครงการลมนอกชายฝั่ง
สำหรับโครงการบนบก กฎหมายกำหนดให้กระทรวงกลาโหมต้องเข้าร่วมกระบวนการประเมินผลกระทบและทำข้อตกลงปรับเปลี่ยนกับผู้พัฒนา หากมีประเด็นเกี่ยวกับเรดาร์หรือความมั่นคง แต่ตามคำตัดสินล่าสุด รัฐบาลกลับเริ่มจากการไม่ลงนามรับรองข้อตกลงที่เจรจาไว้ก่อนหน้า จากนั้นไม่ยอมร่างข้อตกลงใหม่ และสุดท้ายไม่เข้าร่วมการเจรจาเลย ซึ่งศาลมองว่าเป็นการหลีกเลี่ยงหน้าที่ตามกระบวนการที่กฎหมายบังคับ
ผลลัพธ์คือการหยุดชะงักของการพัฒนาพลังงานลมในสหรัฐฯ ในวงกว้าง ทั้งที่พลังงานลมเป็นหนึ่งในแหล่งผลิตไฟฟ้าหมุนเวียนที่สำคัญและมีบทบาทต่อเป้าหมายด้านพลังงานสะอาดของประเทศ คำสั่งศาลครั้งนี้จึงเป็นสัญญาณว่ารัฐบาลไม่สามารถอ้างความมั่นคงแห่งชาติเพื่อถอนตัวจากขั้นตอนตามกฎหมายได้โดยลำพัง และอาจทำให้โครงการที่ค้างอยู่กลับมาเดินหน้าได้อีกครั้ง แม้ความขัดแย้งทางนโยบายจะยังไม่จบลงง่ายๆ


