กระทรวงยุติธรรมสหรัฐเข้มสอบการสปอนเซอร์กรีนการ์ดพนักงานของ OpenAI
กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ในยุคทรัมป์เพิ่มบทบาทกำกับดูแลต่อกรณีที่ OpenAI ยื่นขอสปอนเซอร์ถิ่นพำนักถาวรให้พนักงานที่ถือวีซ่า โดยตั้งข้อกล่าวหาว่า บริษัทอาจไม่ได้พยายามสรรหาคนอเมริกันอย่างจริงจังก่อนเดิน…

กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ในยุคทรัมป์เพิ่มบทบาทกำกับดูแลต่อกรณีที่ OpenAI ยื่นขอสปอนเซอร์ถิ่นพำนักถาวรให้พนักงานที่ถือวีซ่า โดยตั้งข้อกล่าวหาว่า บริษัทอาจไม่ได้พยายามสรรหาคนอเมริกันอย่างจริงจังก่อนเดินหน้าขอถาวรสเตตัสให้แรงงานต่างชาติประเด็นนี้ทำให้การจ้างงานด้าน AI ซึ่งมักพึ่งพาบุคลากรจากต่างประเทศ กลายเป็นเรื่องที่ถูกจับตาในเชิงนโยบายและกฎระเบียบมากขึ้น
สาระสำคัญของข้อพิพาทอยู่ที่มาตรฐานที่นายจ้างต้องพิสูจน์ว่าได้เปิดโอกาสให้แรงงานสหรัฐฯ อย่างเหมาะสมก่อนยื่นเรื่องสนับสนุนกรีนการ์ดให้พนักงานต่างชาติ หากข้อกล่าวหาของ DOJ เดินหน้าต่อได้จริง OpenAI อาจต้องอธิบายกระบวนการคัดเลือกและการรับสมัครของตนอย่างละเอียด รวมถึงแสดงหลักฐานว่าได้พยายามหาผู้สมัครในประเทศตามข้อกำหนดหรือไม่
กรณีนี้สะท้อนแรงตึงเครียดที่เกิดขึ้นระหว่างความต้องการของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีในการดึงดูดผู้เชี่ยวชาญระดับสูงจากทั่วโลก กับแรงกดดันทางการเมืองในสหรัฐฯ ที่ต้องการให้โอกาสงานและการพำนักถาวรตกอยู่กับพลเมืองอเมริกันก่อน ขณะเดียวกันยังชี้ให้เห็นว่าบริษัท AI ขนาดใหญ่กำลังถูกตรวจสอบมากขึ้นทั้งในด้านการกำกับดูแลแรงงานและความสอดคล้องกับนโยบายตรวจคนเข้าเมือง
สำหรับวงการเทคโนโลยี ประเด็นนี้อาจส่งผลกว้างกว่าตัว OpenAI เอง เพราะการสปอนเซอร์วีซ่าและกรีนการ์ดเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญที่บริษัทใช้ในการแย่งชิงบุคลากรที่มีทักษะสูง หากการบังคับใช้กฎเข้มขึ้น บริษัทต่างๆ อาจต้องปรับกลยุทธ์การสรรหาและเอกสารการจ้างงานให้รัดกุมกว่าเดิมเพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงทางกฎหมาย


