ซีอีโอ Bulkhead ยืนกรานรับคนที่ยอมทำงานหนักแบบครันช์ กลายเป็นดราม่าในวงการเกม
โจ บรัมเมอร์ ซีอีโอของ Bulkhead ผู้พัฒนาเกม Wardogs กำลังถูกวิจารณ์อย่างหนัก หลังให้สัมภาษณ์ย้ำว่าบริษัทของเขามีวัฒนธรรม “ครันช์” หรือการทำงานล่วงเวลาอย่างหนักในช่วงเร่งปิดโปรเจกต์ และมองว่าผู้สมัคร…

โจ บรัมเมอร์ ซีอีโอของ Bulkhead ผู้พัฒนาเกม Wardogs กำลังถูกวิจารณ์อย่างหนัก หลังให้สัมภาษณ์ย้ำว่าบริษัทของเขามีวัฒนธรรม “ครันช์” หรือการทำงานล่วงเวลาอย่างหนักในช่วงเร่งปิดโปรเจกต์ และมองว่าผู้สมัครที่มีจุดยืนต่อต้านครันช์อาจไม่เหมาะกับการทำงานที่นี่ เขาระบุว่าบริษัทพยายามหลีกเลี่ยงภาวะนี้เท่าที่ทำได้ แต่ก็ไม่ปิดบังว่ามันจะเกิดขึ้นในบางช่วง และมองว่าสถานที่ทำงานแห่งนี้เหมาะกับคนที่ “ใส่ใจผลงาน” และพร้อมทุ่มเทให้กับสิ่งที่กำลังสร้าง
บรัมเมอร์ยังอ้างว่าทีมงานมีการตรวจดูโซเชียลมีเดียของผู้สมัคร หากพบว่าโพสต์สนับสนุนแนวคิดต่อต้านครันช์อย่างชัดเจน บริษัทก็อาจมองว่าเป็นคนที่เข้ากับวัฒนธรรมองค์กรไม่ได้ เขายอมรับว่าความคิดแบบนี้เป็นเรื่องถกเถียงในอุตสาหกรรมเกม เพราะช่วงหลายปีที่ผ่านมา วงการพยายามลดการบังคับทำโอทีหลังมีรายงานจำนวนมากเกี่ยวกับการเอาเปรียบแรงงาน ความเหนื่อยล้า และผลกระทบต่อชีวิตส่วนตัวของนักพัฒนา
ในบทสัมภาษณ์ เขายังพูดถึงช่วงท้ายของการพัฒนา Wardogs ว่าทีมงานต้องทุ่มเวลามากจนชีวิตครอบครัวได้รับผลกระทบ และยอมรับว่าจุดหนึ่งบริษัทต้องหยุดดันทีมให้ทำงานหนักกว่านี้ แม้จะมีแรงกดดันจากภายนอกให้รีบปล่อยเวอร์ชันคอนโซลออกมาเร็วขึ้นก็ตาม บรัมเมอร์ให้เหตุผลว่าหากบริษัทเลือกใช้ครันช์ ก็ต้องมีสิ่งตอบแทนให้พนักงาน เช่น โบนัสหรือแรงจูงใจบางรูปแบบ แม้จะไม่ได้ให้กับทุกคนก็ตาม
อย่างไรก็ตาม คำพูดของเขาถูกตอบโต้จากเพื่อนร่วมอุตสาหกรรมบน Bluesky อย่างกว้างขวาง หลายคนมองว่าครันช์ไม่ได้สะท้อนความทุ่มเท แต่เป็นผลของการวางแผนที่ผิดพลาดและการบริหารที่แย่ บางรายตั้งข้อสังเกตว่ามีงานวิจัยจำนวนมากชี้ว่าการบังคับทำงานล่วงเวลาทำให้ประสิทธิภาพและผลกำไรแย่ลงด้วยซ้ำ ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญสายโปรดิวเซอร์และคอนซัลต์หลายคนมองว่าท่าทีนี้คือการนำเสนอภาพลักษณ์ “ออฟฟิศสายลุย” เพื่อกลบปัญหาจัดการงานภายใน
กระแสวิจารณ์ยังย้อนกลับไปถึงเหตุการณ์เปิดตัว Wardogs ที่บรัมเมอร์เคยโพสต์ภาพทัวร์สตูดิโอซึ่งมีห้องที่วางเตียงลมจำนวนมากไว้สำหรับพนักงานที่ต้องค้างคืนเพื่อแก้ปัญหาเซิร์ฟเวอร์ในวันปล่อยเกม เหตุการณ์นี้ยิ่งทำให้ข้อถกเถียงเรื่องวัฒนธรรมการทำงานของ Bulkhead เข้มข้นขึ้น และสะท้อนความขัดแย้งระหว่างมุมมองของผู้บริหารที่มองว่าความทุ่มเทเป็นเรื่องสำคัญ กับมุมมองของอุตสาหกรรมที่พยายามผลักดันให้เกมเมอร์และนักพัฒนาได้ทำงานอย่างยั่งยืนมากกว่าเดิม


