นายกฯ กรีซโทรขอบคุณโนแลน หลัง The Odyssey จุดกระแสสนใจกรีกโบราณทั่วโลก
นายกรัฐมนตรีกรีซ คิเรียกอส มิตโซตากิส โทรผ่านวิดีโอคอลไปแสดงความยินดีกับคริสโตเฟอร์ โนแลน หลังภาพยนตร์เรื่อง The Odyssey ของเขาได้รับเสียงตอบรับอย่างมาก และช่วยปลุกกระแสความสนใจในวัฒนธรรมกรีกโบราณในวง…

นายกรัฐมนตรีกรีซ คิเรียกอส มิตโซตากิส โทรผ่านวิดีโอคอลไปแสดงความยินดีกับคริสโตเฟอร์ โนแลน หลังภาพยนตร์เรื่อง The Odyssey ของเขาได้รับเสียงตอบรับอย่างมาก และช่วยปลุกกระแสความสนใจในวัฒนธรรมกรีกโบราณในวงกว้าง โดยรัฐบาลกรีซระบุว่า ผลงานลักษณะนี้ช่วยเชื่อมมรดกทางประวัติศาสตร์ของประเทศเข้ากับความสร้างสรรค์ร่วมสมัยได้อย่างชัดเจน
มิตโซตากิสยังกล่าวถึงความสำเร็จด้านรายได้ของหนัง พร้อมขอบคุณที่กองถ่ายเลือกใช้สถานที่ในกรีซจำนวนมาก โดยเฉพาะในแคว้นเพโลพอนนีส เช่น หาด Voidokilia, ปราสาท Methoni, Acrocorinth, หาด Almyrolaka และถ้ำของเนสเตอร์ การถ่ายทำในพื้นที่เหล่านี้ยิ่งตอกย้ำว่าผลงานฮอลลีวูดขนาดใหญ่สามารถช่วยโปรโมตประเทศเจ้าของสถานที่ได้ทั้งในเชิงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว
บทสนทนาของนายกฯ กรีซกับโนแลนเกิดขึ้นท่ามกลางกระแสถกเถียงรอบตัวภาพยนตร์ ซึ่งแม้จะประสบความสำเร็จทั้งกับนักวิจารณ์และรายได้ที่คาดว่าจะทะลุ 1 พันล้านดอลลาร์ทั่วโลก แต่ก็มีผู้ตั้งคำถามถึงการดัดแปลงจากต้นฉบับมหากาพย์ของโฮเมอร์ โดยเฉพาะการตัดบทหรือปรับเปลี่ยนองค์ประกอบสำคัญบางอย่าง
หนึ่งในเสียงวิจารณ์ที่เด่นที่สุดมาจากเอมิลี วิลสัน นักแปลอิเลียดและโอดิสซีย์ ซึ่งมองว่าฉบับของโนแลน “สับสน” และ “แย่มาก” เธอไม่พอใจกับการที่เทพอย่างซุสและโพไซดอนไม่ปรากฏในเรื่อง การสื่อสารประเด็นต่อต้านสงครามที่เธอมองว่าไม่ชัดเจน รวมถึงบทของเพเนโลพีที่ลดทอนลงจนกระทบความน่าเชื่อถือของความสัมพันธ์ในเรื่อง
วิลสันยังตำหนิฉากกับสุนัขของโอดิสซิอุสชื่อ Argos ว่าเอียงไปทางอารมณ์ร่วมแบบสมัยใหม่มากเกินไป ขณะที่เธอมองว่าโนแลนพยายามใส่ทุกอย่างลงในหนัง แต่กลับพลาดธีมสำคัญของบทกวีต้นฉบับ ด้านโนแลนเองก็ให้สัมภาษณ์อธิบายบางส่วนของการตีความใหม่เกี่ยวกับเฮเลน อะธีนา และตอนจบที่เขาสร้างขึ้น แต่ยังคงเปิดพื้นที่ให้ผู้ชมตีความต่อ
นอกเหนือจากประเด็นเชิงศิลปะ The Odyssey ยังถูกวิจารณ์และถกเถียงในโลกออนไลน์เรื่องการคัดเลือกนักแสดง การออกแบบชุดเกราะ และการใช้บทสนทนาร่วมสมัยกับสำเนียงอเมริกันสมัยใหม่ ขณะเดียวกัน ก็มีคำวิจารณ์จากฝั่งอนุรักษนิยมเรื่องความ “woke” ของงานสร้าง แม้ตัวนักแสดงอย่างลูพิตา นยองโกจะยืนยันว่า เรื่องเล่าเชิงมหากาพย์ควรสะท้อนโลกที่หลากหลายมากขึ้น
ภาพรวมแล้ว ข่าวนี้สะท้อนสองด้านของ The Odyssey ไปพร้อมกัน คือความสำเร็จทางการค้าและอิทธิพลทางวัฒนธรรมที่ถึงขั้นได้รับโทรศัพท์ขอบคุณจากผู้นำประเทศต้นทางของเรื่อง ขณะเดียวกันก็ชี้ให้เห็นว่าภาพยนตร์ฟอร์มใหญ่ที่ดัดแปลงวรรณกรรมคลาสสิกยังคงต้องรับมือกับการตีความใหม่ การถกเถียงเรื่องความถูกต้อง และแรงเสียดทานจากผู้ชมที่คาดหวังสิ่งต่างกันอย่างมาก


