หนอนและจุลินทรีย์กลายเป็นทางเลือกใหม่ลดมลพิษจากมูลสัตว์
ปัญหามลพิษจากมูลสัตว์กำลังผลักดันให้ฟาร์มปศุสัตว์หันไปหาวิธีจัดการของเสียที่หลากหลายขึ้น โดยเฉพาะในรัฐแคลิฟอร์เนียซึ่งเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมนมของสหรัฐฯ บทความนี้ยกกรณีของฟาร์มตระกูลอากูเอดาที่เมือง…

ปัญหามลพิษจากมูลสัตว์กำลังผลักดันให้ฟาร์มปศุสัตว์หันไปหาวิธีจัดการของเสียที่หลากหลายขึ้น โดยเฉพาะในรัฐแคลิฟอร์เนียซึ่งเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมนมของสหรัฐฯ บทความนี้ยกกรณีของฟาร์มตระกูลอากูเอดาที่เมืองฮิคแมน ซึ่งติดตั้งระบบกรองชีวภาพที่ใช้หนอนแดงและวัสดุธรรมชาติอย่างเศษไม้กับหินบด เพื่อช่วยบำบัดน้ำเสียจากคอกวัว ระบบดังกล่าวเรียกว่า vermifiltration และถูกพัฒนา-จดสิทธิบัตรโดยบริษัท BioFiltro จากชิลี ฟาร์มมองว่าแนวทางนี้เรียบง่าย ต้นทุนไม่สูงเท่าเทคโนโลยีขนาดใหญ่ และช่วยให้ปรับตัวเข้ากับกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดขึ้นได้
สาระสำคัญของปัญหาคือ มูลสัตว์จากฟาร์มโคนมและฟาร์มสุกรเป็นแหล่งปล่อยก๊าซเรือนกระจกโดยตรง โดยเฉพาะมีเทนและไนตรัสออกไซด์ ซึ่งมีศักยภาพในการทำให้โลกร้อนสูงกว่าคาร์บอนไดออกไซด์หลายเท่า นอกจากนั้น การเก็บและนำมูลไปใช้ในแปลงเกษตรหากทำไม่เหมาะสม ยังเสี่ยงทำให้เกิดการปนเปื้อนของไนเตรต เชื้อโรค และสารตกค้างลงสู่ดิน น้ำบาดาล และแหล่งน้ำผิวดิน จนนำไปสู่ปัญหาสุขภาพคนและการเกิดสาหร่ายบูมในแหล่งน้ำ
แรงผลักจากนโยบายสาธารณะเป็นอีกปัจจัยสำคัญ หลายประเทศรวมถึงสหรัฐฯ และสหภาพยุโรปมีมาตรการควบคุมการจัดการมูลสัตว์อยู่แล้ว แต่แคลิฟอร์เนียเดินหน้าเชิงรุกเป็นพิเศษ เพราะภาคนมมีสัดส่วนการปล่อยมีเทนสูงมาก รัฐจึงออกกฎหมายในปี 2016 บังคับลดการปล่อยมีเทนจากหลายภาคส่วน 40% จากระดับปี 2013 ภายในปี 2030 พร้อมตั้งโครงการสนับสนุนให้ฟาร์มเปลี่ยนไปใช้วิธีที่ปล่อยก๊าซน้อยลง มีเงินอุดหนุนหมุนเวียนเข้าภาคเกษตรจำนวนมากเพื่อลดมีเทนโดยตรง
อย่างไรก็ตาม บทความชี้ว่าเทคโนโลยีที่ได้รับเงินสนับสนุนมากที่สุดในแคลิฟอร์เนียคือถังย่อยแบบไม่ใช้ออกซิเจน หรือ anaerobic digesters ซึ่งครอบบ่อมูลเพื่อดักก๊าซมีเทนแล้วแปรสภาพเป็นไบโอแก๊สหรือก๊าซธรรมชาติ เทคโนโลยีนี้ช่วยลดการปล่อยมีเทนได้มากและสร้างรายได้จากคาร์บอนเครดิต แต่เหมาะกับฟาร์มขนาดใหญ่เท่านั้น เพราะติดตั้งราคาแพงและต้องมีโคจำนวนมากพอจะคุ้มทุน จึงไม่ใช่คำตอบสำหรับฟาร์มส่วนใหญ่
ผู้เชี่ยวชาญที่ถูกอ้างถึงในเรื่องตั้งข้อสังเกตว่า ถึงแม้ digesters จะช่วยด้านสภาพภูมิอากาศในระยะสั้นได้ดี แต่กลับไม่จัดการปัญหาน้ำเสียและสารปนเปื้อนได้ครบถ้วน อีกทั้งเงินอุดหนุนจำนวนมากยังอาจเบียดบังทรัพยากรจากแนวทางอื่นที่เหมาะกับฟาร์มขนาดกลางและเล็กมากกว่า บทความจึงสะท้อนการถกเถียงว่า การลดมลพิษจากมูลสัตว์ไม่ควรวัดแค่การตัดมีเทน แต่ต้องมองผลกระทบต่อระบบนิเวศและน้ำสะอาดโดยรวมด้วย
ในภาพรวม บทความมองว่าหนอน จุลินทรีย์ และระบบบำบัดเชิงชีวภาพรูปแบบใหม่กำลังได้รับความสนใจมากขึ้น เพราะอาจเป็นทางเลือกที่ต้นทุนต่ำ ใช้งานได้จริงกับฟาร์มจำนวนมาก และช่วยลดมลพิษได้มากกว่าการมุ่งพึ่งเทคโนโลยีขนาดใหญ่เพียงอย่างเดียว แต่ผู้วิจัยย้ำว่ายังต้องมีข้อมูลระยะยาวและการทดสอบภายใต้สภาพฟาร์มจริงอีกมาก เพื่อหาว่าแนวทางใดคุ้มค่าและยั่งยืนที่สุดสำหรับอุตสาหกรรมปศุสัตว์ในอนาคต


