William Pugh เผยติด Dota 2 หนัก แม้จะบอกว่าเกลียดเกมนี้
William Pugh ผู้ร่วมออกแบบ The Stanley Parable และผู้ก่อตั้งสตูดิโอ Crows Crows Crows ถูกพูดคุยในคอลัมน์ Disk Cleanup ของ PC Gamer เกี่ยวกับเกมที่เขาเล่นอยู่ เกมเก่าที่ยังติดตั้งไว้ และประวัติการเล่น…

William Pugh ผู้ร่วมออกแบบ The Stanley Parable และผู้ก่อตั้งสตูดิโอ Crows Crows Crows ถูกพูดคุยในคอลัมน์ Disk Cleanup ของ PC Gamer เกี่ยวกับเกมที่เขาเล่นอยู่ เกมเก่าที่ยังติดตั้งไว้ และประวัติการเล่นบนพีซี โดยเขาเล่าย้อนไปตั้งแต่ความทรงจำวัยเด็กกับเกมแชร์แวร์บน Mac และ Worms 4: Mayhem ที่เป็นครั้งแรกซึ่งเขาได้สัมผัสการเล่นออนไลน์แบบเจอคนแปลกหน้า จากนั้นจึงเข้าสู่ยุค Team Fortress 2 ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการพาเขาเข้าสู่ชุมชนม็อดและการทำแผนที่ Source engine จนได้รู้จัก Davey Wreden และร่วมกันสร้าง The Stanley Parable ในเวลาต่อมา
ปัจจุบัน Pugh บอกว่าเขาเล่น Deadlock อยู่มาก และมองว่าเกมนี้มีความเป็น MOBA ที่ถูกตัดทอนสิ่งจุกจิกออกไปหลายอย่าง เช่น มานาและระบบซับซ้อนบางส่วน ทำให้เล่นได้ลื่นและ “บริสุทธิ์” กว่าเกมแนวเดียวกันในอดีต เขาชมว่ายังอยู่ในช่วงที่ทุกอย่างดูค้นพบไปพร้อมกันและการอัปเดตด้านคอสเมติกยังไม่หนักเกินไป แม้เขาจะระมัดระวังเรื่องระบบทำเงินในอนาคต นอกจากนี้เขายังยก Big Walk ของ House House ว่าเป็นเกมที่ยอดเยี่ยมและมีลุ้นเป็นเกมแห่งปี พร้อมแสดงความชื่นชมว่าทีมพัฒนาสามารถปล่อยเกมออกมาได้ในจังหวะที่เหมาะสมและทำให้การเล่นร่วมกับเพื่อนมีเสน่ห์มาก
เมื่อพูดถึงเกมเก่าที่ติดตั้งอยู่ เขาระบุว่า Team Fortress 2 คือเกมที่อยู่กับเครื่องแบบถาวร และเป็นเกมที่เขาใช้เวลาเล่นมากถึง 1,583 ชั่วโมง เขายอมรับตรง ๆ ว่าเคยใช้โปรแกรมปล่อยตัวละครทิ้งไว้เพื่อไล่หาของในช่วงแรกของระบบหมวก แต่ก็เล่าว่าตัวเกมมีความหมายกับเขาอย่างมาก เพราะมันเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เขาหลงใหลการสร้างแผนที่และเข้าถึงชุมชนผู้เล่นที่ทดลองแผนที่แบบเวิร์กอินโปรเกรสบนเซิร์ฟเวอร์ชุมชน เขามองว่า TF2 เป็นตัวอย่างของเกมที่ไม่ได้มีแค่ความบันเทิง แต่ยังเป็นพื้นที่ให้คนทำงานร่วมกัน พบปะ และคลายเครียดได้ด้วย
อย่างไรก็ตาม Pugh ก็วิจารณ์ว่าเกมในปัจจุบันเสื่อมสภาพลงจากยุคที่เขาหลงรัก ทั้งในแง่สไตล์งานภาพและบรรยากาศของการเล่นกับคนแปลกหน้าในระบบจับคู่สาธารณะ เขาเล่าว่าการกลับไปเล่นอาจเจอพฤติกรรม токсic จนแทบไม่น่าอยู่ แต่ก็ยังยืนยันว่ามันเป็นหนึ่งในเกมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดสำหรับเขา และในมุมมองของการสร้างสรรค์เกมเชิงศิลปะ เขายังคิดว่า TF2 คือผลงานระดับสูงมาก เขายังพูดตรง ๆ ว่าตอนนี้เขาอยากเห็น Team Fortress 3 มากกว่าการผลักดันของใหม่ที่ทีมงานกำลังทำอยู่
ช่วงที่เป็นประเด็นที่สุดคือคำตอบเกี่ยวกับเกมที่เขาเล่นมากที่สุดบน Steam ซึ่งกลายเป็น Dota 2 ที่มีชั่วโมงเล่นเกิน 1,600 ชั่วโมง Pugh บอกว่าเขา “ไม่เคยสนุก” กับมันจริง ๆ และมองว่าเกมนี้เต็มไปด้วยความหงุดหงิดจากเพื่อนร่วมทีม การตัดสินใจพลาด และจังหวะการเล่นที่บีบอารมณ์ แม้จะมีเวลาจมอยู่ในเกมมหาศาล เขาก็ย้ำว่าตัวเองไม่เก่งพอที่จะภูมิใจกับเวลาเหล่านั้น
เขายังขยายความว่าทำไม Dota 2 ถึงดึงดูดผู้เล่นได้มาก ทั้งที่สร้างความเครียดสูง เพราะมันเป็นเกมที่ต้องใช้สมาธิเต็มร้อยและซับซ้อนมาก จนไม่เปิดพื้นที่ให้คิดเรื่องอื่นระหว่างเล่น เขาอธิบายเปรียบเทียบว่ามันเหมือนโจทย์ปริศนาที่กินสมองทั้งก้อน และด้วยความยากนี้เองจึงทำให้มันน่าหลงใหลในแบบที่เกมทั่วไปให้ไม่ได้ สรุปแล้ว บทสัมภาษณ์นี้สะท้อนทั้งรสนิยมการเล่นเกมของ Pugh ความผูกพันกับชุมชนม็อดและเกมคลาสสิก รวมถึงมุมมองต่อเกมการแข่งขันที่ทั้งเสพติด กดดัน และมีพลังดึงดูดสูงในเวลาเดียวกัน


