World of Warcraft: Forever เบต้าได้เสียงตอบรับดีจาก IGN ชูความคลาสสิกผสมความทันสมัย
IGN เผยบทความรีวิวแบบค่อยเป็นค่อยไปของ World of Warcraft: Forever โดยระบุชัดว่าเป็นความเห็นจากช่วงทดสอบเบต้าและจะอัปเดตต่อเมื่อผู้เขียนเล่นลึกเข้าไปในเกมเต็มมากขึ้น ผู้เขียนเล่าว่าเคยอยู่กับ WoW…

IGN เผยบทความรีวิวแบบค่อยเป็นค่อยไปของ World of Warcraft: Forever โดยระบุชัดว่าเป็นความเห็นจากช่วงทดสอบเบต้าและจะอัปเดตต่อเมื่อผู้เขียนเล่นลึกเข้าไปในเกมเต็มมากขึ้น ผู้เขียนเล่าว่าเคยอยู่กับ WoW ตั้งแต่ยุคเปิดเซิร์ฟเวอร์ครั้งแรก แต่ไม่เคยอินกับ Classic เท่าที่ควร อย่างไรก็ตาม Forever กลับสร้างความรู้สึกต่างออกไป เพราะหยิบรากฐานแบบ Classic มาปรับด้วยแนวคิดสมัยใหม่พอดี ทั้งพื้นที่ใหม่ การปรับสมดุลคลาส และการยกระดับกราฟิกให้ดูน่าสนใจกว่าเดิม
จุดที่บทความชื่นชมมากคือการดึงองค์ประกอบ RPG แบบดั้งเดิมกลับมา เช่น ค่าสเตตัสเชิงลึก ระบบบล็อก หลบหลีก พลังโจมตี และความแม่นยำ รวมถึงการเลเวลอัปทักษะอาวุธและการต้องไปซื้อเลเวลสกิลเองในเมืองต่าง ๆ ผู้เขียนมองว่าสิ่งเหล่านี้เคยทำให้เกมมีตัวตนและชั้นเชิงมากกว่าเวอร์ชันโมเดิร์นที่ตัดทอนระบบออกไปจำนวนมากเพื่อให้เล่นลื่นและเข้าถึงง่ายขึ้น ขณะเดียวกัน การที่การเก็บเลเวลใช้เวลานานและมีแรงเสียดทานมากขึ้นกลับทำให้การผจญภัยมีน้ำหนักและความหมายมากกว่าเดิม
อีกประเด็นสำคัญคือเรื่องการสำรวจโลก ผู้เขียนรู้สึกว่า Azeroth ใน Forever น่าเดินทางผ่านด้วยเท้าหรือม้าธรรมดามากกว่าการบินข้ามฉากแบบรวดเร็ว เพราะการลดความสะดวกลงทำให้โลกดูใหญ่ อันตราย และลึกลับขึ้น เขาชื่นชอบที่เกมจำกัดการใช้ยานพาหนะและการเร่งความเร็วในช่วงแรก จนเกิดความรู้สึกเหมือนกลับไปสัมผัสเสน่ห์การผจญภัยแบบวันแรก ๆ ของ WoW อีกครั้ง
ด้านงานภาพ บทความระบุว่าการปรับแสงและโพสต์โปรเซสใน Forever ทำให้บางพื้นที่ดูสวยกว่าตัวเกมยุคปัจจุบัน แม้จะมีจุดที่ใช้หมอกมากเกินไปบ้าง แต่โดยรวมแล้วภาพรวมถือว่าน่าประทับใจ โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับโมเดลตัวละครและภาพแบบดั้งเดิมที่ผู้เขียนเห็นว่าดูไม่ร่วมสมัยแล้วในปัจจุบัน เขามองว่าการกลับไปเล่นเวอร์ชันโมเดิร์นอาจให้ความรู้สึกเหมือนถอยหลังในด้านภาพเสียด้วยซ้ำ
อย่างไรก็ดี ยังมีข้อกังวลบางส่วน โดยเฉพาะโครงสร้างแบบ “realmless” หรือการแยกผู้เล่นออกเป็นหลายส่วน ซึ่งผู้เขียนมองว่าอาจกระทบต่อชุมชน โดยเฉพาะผู้เล่นสายโรลเพลย์ที่พึ่งพาศูนย์กลางอย่างเมืองหลักในการพบปะและสร้างสังคม เขายอมรับว่า Blizzard ย้ำว่านี่คือสิ่งที่ดีต่อสุขภาพระยะยาวของเกม แต่ส่วนตัวแล้วยังไม่เชื่อเต็มที่และอยากเห็นผลลัพธ์จริงมากกว่า
แม้จะเล่นเบต้าได้ถึงเพียงเลเวล 13 และหยุดก่อนเปิดเผยเนื้อหามากเกินไป ผู้เขียนสรุปว่าประสบการณ์ที่ได้รับทำให้เขาเชื่อว่า Blizzard อาจ “ทำได้” กับการพา WoW กลับไปสู่ความรู้สึกแบบยุคทองอีกครั้ง อย่างน้อยในช่วงต้นเกม Forever ดูเหมือนจะผสมความคิดถึงและการปรับปรุงสมัยใหม่ได้ลงตัว และทำให้เขาอยากกลับไปใช้ชีวิตในโลกนี้ต่ออีก 47 เลเวลที่เหลือ โดยจะมีการอัปเดตความเห็นเพิ่มเติมเมื่อเล่นลึกขึ้น


