พนักงาน Xbox จุดกระแสเดือด หลังบอกอุตสาหกรรมเกม “แกล้งทำเป็นไม่ใช้ AI”
กระแสวิพากษ์วิจารณ์ในวงการเกมปะทุขึ้น หลังแบรนดอน สติร์รัป พนักงานตำแหน่ง Business Strategist ของ Xbox โพสต์บนโซเชียลมีเดียว่าอุตสาหกรรมเกมกำลัง “แกล้งทำเป็นไม่ใช้ AI” ทั้งที่ในความเป็นจริงเทคโนโลยี…

กระแสวิพากษ์วิจารณ์ในวงการเกมปะทุขึ้น หลังแบรนดอน สติร์รัป พนักงานตำแหน่ง Business Strategist ของ Xbox โพสต์บนโซเชียลมีเดียว่าอุตสาหกรรมเกมกำลัง “แกล้งทำเป็นไม่ใช้ AI” ทั้งที่ในความเป็นจริงเทคโนโลยีนี้ถูกใช้อยู่แล้วอย่างกว้างขวาง เขาอ้างว่าเพิ่งใช้ AI สร้างเกมเล็ก ๆ ได้ภายในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง และย้ำว่าเกมเมอร์และนักพัฒนาควรยอมรับว่า AI จะเป็นส่วนหนึ่งของอนาคตของอุตสาหกรรมนี้
ถ้อยคำของเขายิ่งร้อนแรงขึ้นเมื่อสติร์รัประบุว่าหากถูกไล่ออกก็จะถือว่าเป็นราคาที่ต้องจ่ายเพื่อ “บอกความจริง” พร้อมชี้ว่าในปี 2026 บริษัทต่าง ๆ ก็ล้วนใช้ AI อยู่แล้ว เขายังบอกว่าตนทำงานกับ Xbox และ Microsoft มานานกว่าทศวรรษ และต้องการให้บริษัท “ก้าวผ่านเรื่องนี้ไป” และยอมรับการใช้ AI อย่างเปิดเผย
โพสต์ดังกล่าวทำให้เกิดกระแสตอบโต้จำนวนมากบนโลกออนไลน์ จนมีรายงานจากแหล่งข่าวภายใน Xbox ว่าเจ้าตัวได้ปิดบัญชี X/Twitter ของตนเองในเวลาต่อมา เหตุการณ์นี้สะท้อนความอ่อนไหวของประเด็น AI ในอุตสาหกรรมเกม ซึ่งกำลังถูกถกเถียงอย่างหนักทั้งในมุมประสิทธิภาพ การทดแทนแรงงานสร้างสรรค์ และขอบเขตการใช้งานที่เหมาะสม
IGN ชี้ว่า ในทางปฏิบัติหลายค่ายเกมเริ่มนำ AI มาใช้จริงแล้ว เพียงแต่ยังพยายามแยกตัวออกจากการใช้ AI ในส่วนที่อ่อนไหว เช่น การสร้างงานศิลป์หรือแอสเซ็ตโดยตรง ขณะที่บางบริษัทเลือกใช้ AI เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานมากกว่าจะปล่อยให้สร้างเนื้อหาหรือโค้ดทั้งหมดเอง
ตัวอย่างที่ถูกยกมาคือ Epic Games ที่ประกาศว่าบางส่วนของโค้ดเกมใหม่อาจถูกเขียนด้วย AI ทั้งหมด รวมถึงกรณี Capcom ที่นำเสนอเครื่องมือ AI เพื่อช่วยพัฒนาเอนจิน RE ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ก่อนจะออกมาชี้แจงว่าเป้าหมายคือการเพิ่ม productivity ไม่ใช่ให้ AI ผลิตงานสร้างสรรค์แทนมนุษย์แบบเบ็ดเสร็จ
บทความยังชี้ว่า AI กำลังแทรกซึมไปไกลกว่าการพัฒนาเกม เช่น การช่วย decompile เกม การทำม็อด และแม้แต่การพยายามเจลเบรกฮาร์ดแวร์คอนโซล ซึ่งอาจส่งผลต่อความปลอดภัยของระบบและการละเมิดลิขสิทธิ์โดยตรง ฝั่ง Microsoft เองก็มีการผลักดัน Xbox Labs เพื่อตอบรับกระแสนี้ในทิศทางของตน
โดยสรุป เหตุการณ์ครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงดราม่าบนโซเชียลของพนักงานรายหนึ่ง แต่สะท้อนแรงเสียดทานที่ยังดำรงอยู่ระหว่างความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีกับความกังวลของอุตสาหกรรมเกมต่อผลกระทบของ AI ทั้งในด้านงานสร้างสรรค์ กระบวนการผลิต และอนาคตของบทบาทมนุษย์ในวงการนี้

